ลู่เยี่ยนจือเปิดประตูรถ
“ไปกันเถอะ”
ตอนนั้นเอง เสียงของไป๋เชียนเชียนก็ดังขึ้น
“เสี่ยวหม่าน ทำร้ายคนแล้วไม่คิดจะขอโทษหรือไง”
ซูเสี่ยวหม่านไม่เข้าใจเลยว่าคนแบบนี้เป็นนางเอกได้ยังไง “ไป๋เชียนเชียน ตอนเธอเกิดอยู่ที่โรงพยาบาลหรือเปล่า”
ไป๋เชียนเชียนไม่เข้าใจว่าเรื่องนี้เกี่ยวอะไรด้วย “อยู่ที่โรงพยาบาล แล้วทำไม”
ซูเสี่ยวหม่านโพล่งตอบทันที
“แล้วทำไมหมอไม่บอกพ่อแม่เธอว่าเธอไม่มีสมอง”
โง่ชะมัด!!
ด่าเสร็จ ซูเสี่ยวหม่านก็ก้มตัวขึ้นรถ ไม่สนใจคนพวกนั้นอีก
ไป๋เชียนเชียนถึงกับเพิ่งได้สติ ขอบตาพลันแดงก่ำ “เสี่ยวหม่าน ทำไมเธอด่าคนแบบนี้”
……
รถแล่นออกจากมหาวิทยาลัย ซูเสี่ยวหม่านมองถนนที่ถูกทำลาย มีสิ่งของสีน้ำตาลกระจัดกระจายให้เห็นอยู่ทุกหนแห่ง ฝูงแมลงวันบินวนอยู่เหนือสิ่งเหล่านั้นไม่หยุด แม้จะมีแผ่นกระจกกั้น เธอก็ยังได้กลิ่นเน่าเหม็น
ร้านค้ารอบข้างพังยับเยินไปหมด ประตูหน้าต่างเสียหายเกลื่อนกลาด เต็มไปด้วยขยะ ราวกับนรกบนดิน
ทุกอย่างเลวร้ายกว่าที่เธอจินตนาการไว้เสียอีก มนุษย์จะมีชีวิตรอดต่อไปได้ช่างยากเย็นเหลือเกิน!!
“กลัวหรือ”
เสียงเย็นชาดังขึ้นข้างกาย
ซูเสี่ยวหม่านยิ้มขื่น
“กลัว”
เธอเป็นแค่คนธรรมดา เมื่อต้องเผชิญกับภาพแบบนี้ จะไม่กลัวได้อย่างไร
ลู่เยี่ยนจือมองออกไปนอกหน้าต่าง แววตาลึกล้ำ “กลัวก็ต้องระแวดระวังอยู่เสมอ อย่าเชื่อใจใครทั้งนั้น”
ซูเสี่ยวหม่านหันกลับไปมอง แล้วถามหยั่งเชิง “แม้แต่พี่ก็เชื่อไม่ได้เหรอ”
ลู่เยี่ยนจือหลุบตาลง ทั้งสองสบตากัน
“เธอเชื่อพี่หรือ”
ดวงตาของชายหนุ่มดำสนิท คมกริบแต่สงบนิ่ง ทั้งที่ไม่ได้พูดอะไรสักคำ กลับเหมือนมองเธอทะลุปรุโปร่ง ซูเสี่ยวหม่านเป็นฝ่ายหลบสายตาก่อน
