ซูเสี่ยวหม่านมองกู้สวินที่เดินห่างออกไป ก่อนจะพุ่งพรวดเข้าไปในร้านตรงหน้า แล้วกวาดชุดชั้นในบนชั้นวางมาเสียเกลี้ยง ไม่สนว่าจะตัวใหญ่หรือตัวเล็ก
กวาดร้านนี้เสร็จก็ไปร้านต่อไป
จนข้าวของในร้านกระจัดกระจายไปหมด กะประมาณว่าชุดชั้นในที่มีคงพอใช้ไปทั้งชาติแล้ว เธอถึงได้ตะโกนเรียกคนเสียงดัง
“พี่คะ สวินเก๋อ”
“เรียกทำไม”
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง
ซูเสี่ยวหม่านหันขวับไปมอง ในความมืด ลู่เยี่ยนจือยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ไม่รู้ว่ายืนอยู่ตรงนั้นมานานแค่ไหนแล้ว
ทำเอาเธอตกใจจนสมองมึนไปชั่วขณะ
“พี่คะ สวินเก๋อบอกให้พี่เก็บร้านพวกนี้ค่ะ”
ลู่เยี่ยนจือกวาดตามองแวบหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไรให้มากความ ก่อนเดินเข้าไปตรง ๆ “อืม”
ซูเสี่ยวหม่านยืนนิ่งอยู่กับที่
ตกลงเขาเห็นหรือไม่เห็นกันแน่?
ตอนนั้นเอง เสียงของลู่เยี่ยนจือก็ดังมา
“เข้ามา”
ซูเสี่ยวหม่านสูดหายใจลึก ๆ แล้วเดินตามเข้าไปอย่างอารมณ์ดี “มีอะไรเหรอคะพี่”
ลู่เยี่ยนจือตอบเสียงเรียบ
“เก็บใส่กระเป๋าไว้สักสองสามชิ้น”
ซูเสี่ยวหม่านชะงักไป ก่อนจะรีบลงมือทันที
“ได้ค่ะพี่”
หรือว่าพี่ใหญ่ไม่รู้เรื่องที่เธอทำ?
เมื่อได้เห็นกับตาว่าลู่เยี่ยนจือเก็บของจากตู้หนึ่งเข้ามิติ แล้วก็ตู้ถัดไป ซูเสี่ยวหม่านก็อดสงสัยไม่ได้
“พี่คะ มิติของพี่ใหญ่แค่ไหนเหรอ”
ลู่เยี่ยนจือเก็บของในร้านเสร็จก็เดินออกไปด้านนอก “มองไม่เห็นปลายทาง”
งั้นก็เหมือนมิติของเธอสินะ
“มิติของพี่มีแม่น้ำไหมคะ”
ซูเสี่ยวหม่านรวบรวมความกล้าเอ่ยถามหยั่งเชิง
ลู่เยี่ยนจือขมวดคิ้ว
“ไม่มี เธอเคยเห็นหรือไง?”
ซูเสี่ยวหม่านส่ายหน้าโดยไม่ต้องคิด
“ในนิยายก็เขียนกันแบบนี้ไม่ใช่เหรอคะ มิติของตัวเอกเป็นเหมือนดินแดนสวรรค์ มีดอกไม้ใบหญ้า มีแม่น้ำ บางเรื่องยังมีบ้านเรือนกับโบราณสถานด้วยค่ะ”
