จ้าวจงเสวี่ยแนบชิดร่างของหลิวซูอีทั้งตัว เดินมาถึงตรงหน้าเจียงเซิง แล้วพูดด้วยความรังเกียจว่า “เราหย่ากันแล้ว ทำไมยังตามตื้อฉันอีก”
“อย่าหลงตัวเองนักเลย ฉันไม่สนใจตามตื้อนายหรอกนะ”
เห็นสีหน้าของจ้าวจงเสวี่ยแล้ว เจียงเซิงก็รู้สึกขยะแขยง ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่กับผู้หญิงแบบนี้มานานขนาดนั้นได้ยังไง
“ถ้านายไม่ได้ตามตื้อ แล้วมาอยู่ที่นี่ได้ไง”
จ้าวจงเสวี่ยหัวเราะเยาะ ฟันธงหนักแน่นว่า “ที่บ้านต้องมีคนบอกนายแน่ ว่าวันนี้ฉันกับซูอีจะมาดูบ้านที่หมู่บ้านยอดเมฆ นายก็เลยตามมา หวังจะมากวนประสาทพวกเราใช่ไหม”
“พวกนายจะซื้อบ้านที่นี่เหรอ”
เจียงเซิงอึ้งไปเล็กน้อย ถึงได้เข้าใจว่าทำไมทั้งคู่ถึงโผล่มาที่นี่
“ใช่แล้ว!”
จ้าวจงเสวี่ยโอบแขนหลิวซูอีอย่างได้ใจ อวดว่า “ฉันกับซูอีจดทะเบียนเมื่อวาน ตอนนี้เราเป็นสามีภรรยาถูกกฎหมายแล้ว”
“ไวดีนี่!”
เจียงเซิงเบ้ปาก เหน็บแนมว่า “เล่นชู้กันมานาน ในที่สุดก็ได้ดีเสียที ยินดีด้วยๆ!”
“หยุดพูดจาเหน็บแหนมได้แล้ว!”
จ้าวจงเสวี่ยคิดว่าเจียงเซิงหึง เลยดูถูกว่า “เราจดทะเบียนเมื่อวาน วันนี้ซูอีก็พาฉันมาดูบ้านที่หมู่บ้านยอดเมฆแล้ว นี่สิถึงเรียกว่าลูกผู้ชายตัวจริง”
“ถ้าอยู่กับนาย ฉันคงชาติหน้าถึงจะมีปัญญาซื้อคอนโดหรูแบบหมู่บ้านยอดเมฆได้ นาย...”
“ขอโทษนะ ฉันย้ายเข้าหมู่บ้านยอดเมฆแล้ว!” เจียงเซิงขัดขึ้นโดยไม่เกรงใจ
“ฮ่าๆๆ! ที่รัก ได้ยินที่เจ้าขยะนี่พูดไหม?”
จ้าวจงเสวี่ยชะงักไป ก่อนจะหัวเราะลั่น “ไอ้ขยะนี่มันกล้าบอกว่าตัวเองย้ายเข้าหมู่บ้านยอดเมฆแล้ว ตลกชะมัดเลย”
