กลางดึกคืนนั้น เสียงเคาะประตูไม่ได้ดังขึ้นอีกเลย แต่ลู่อีเฉินกลับนอนได้ไม่ค่อยสบาย
บนเตียงมีเสียงพลิกตัวไปมาของเขาดังขึ้นเป็นระยะ พร้อมเสียงถอนหายใจแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
ตอนแรกกู้เสี่ยวหนวนที่นั่งทำงานอยู่ในห้องรับแขกไม่ได้สนใจ แต่พอเสียงเหล่านั้นลากยาวไปจนถึงตีสอง เธอก็อดไม่ได้ ลุกขึ้นเดินไปดู
ชายบนเตียงหันหลังให้เธอ ซุกใบหน้าทั้งหมดไว้ในผ้าห่ม ร่างขดตัวเป็นก้อน
คืนก่อน ๆ ที่มีเสียงเคาะประตูกลางดึก เขายังนอนได้สงบกว่าคืนนี้เสียอีก
เสียงพึมพำแผ่วเบาดังมาจากทางนั้น กู้เสี่ยวหนวนยืนฟังอยู่ตรงประตูอย่างตั้งใจหลายนาที ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
อาการของเขาไม่เหมือนแค่ฝันร้ายธรรมดา
เมื่อแน่ใจเช่นนั้น กู้เสี่ยวหนวนก็รีบเดินไปข้างเตียง ทันทีที่ไอเย็นจากร่างเธอเข้าใกล้ ชายหนุ่มก็ยื่นแขนออกมาฉับพลัน คว้าตัวเธอเข้ามาอย่างแน่นหนา
“...อย่าไป” แขนของเขาโอบเข้ามา ดึงกู้เสี่ยวหนวนเข้าไปกอดไว้ในอ้อมอก “อย่าทิ้งฉันไป ขอร้องล่ะ”
ลู่อีเฉินซุกศีรษะเข้ามา ก่อนฝังใบหน้าลงในอ้อมอกเธอ แขนรัดเอวเธอแน่น ของเหลวเย็นชื้นไหลลงมาบนใบหน้าของเขา หยดลงบนซอกคอของกู้เสี่ยวหนวน
แสงจาง ๆ จากด้านนอกเผยให้เห็นเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของลู่อีเฉิน กู้เสี่ยวหนวนยื่นนิ้วไปแตะ นั่นคือน้ำตาของมนุษย์
ชายที่กอดเธอไว้กดร่างเธอแน่น ลมหายใจที่เคยติดขัดกับเสียงพึมพำสับสนเมื่อครู่ค่อย ๆ หายไปอย่างรวดเร็วหลังจากซบอยู่ในอ้อมอกเธอ
เหมือนกับคืนก่อน ๆ ที่ทั้งคู่กอดกันหลับ เขาในอ้อมอกเธอเชื่อฟังราวกับแมวที่หลับสนิท
กู้เสี่ยวหนวนถอนหายใจอย่างจนปัญญา ได้แต่นอนอยู่ตรงนั้น แต่แขนที่รัดเอวเธอแน่นออกแรงมากเกินไป เธอจึงขยับตัวเล็กน้อย
ยังไม่ทันได้ขยับไปเท่าไร แรงรัดตรงเอวก็เพิ่มขึ้นฉับพลัน
กู้เสี่ยวหนวนหรี่ดวงตาสีดำลงเล็กน้อย จะหักแขนเขาอีกครั้งก็ดูจะไม่ค่อยดีนัก
เธอส่งเสียงครางต่ำ ๆ มือเย็นเฉียบค่อย ๆ ลูบลงบนศีรษะของลู่อีเฉินอย่างเก้ ๆ กัง ๆ กู้เสี่ยวหนวนจำได้ลาง ๆ ว่าเมื่อสิบปีก่อน จี้เซี่ยงหนานเคยเลี้ยงแมวตัวหนึ่ง และลูบมันแบบนี้
ทุกครั้งที่เขาลูบหัวแมวตัวนั้น มันก็จะหมอบอยู่อย่างว่าง่าย ปล่อยให้เขาหยอกเล่นตามใจ
