ซวู่——!
เงาร่างหนึ่งพุ่งมาจากที่ไกล ดูราวกับนกที่ออกหากินยามค่ำคืน
ลู่อีเฉินยื่นมือออกไป เปิดหน้าต่างพร้อมรอยยิ้ม
ร่างบอบบางนั่งยอง ๆ อยู่บนขอบหน้าต่างอย่างมั่นคง ราวกับยืนอยู่บนพื้นราบ
ปลายนิ้วอุ่น ๆ ยื่นเข้ามา ทันทีที่สัมผัสร่างเย็นเยียบของเธอ กู้เสี่ยวหนวนก็พุ่งเข้าใส่
ร่างของชายหนุ่มหงายลงบนเบาะรองพื้นนุ่ม ๆ เสื้อคลุมนอนที่สวมอยู่ถูกแรงกระชากจนกระดุมเอียงกระเท่เร่ เผยให้เห็นผิวขาวนวลรำไร
“ทำไมถึงเรียกฉันมา……”
มือทั้งสองของเธอกดไหล่ลู่อีเฉินไว้ สีเลือดเริ่มแผ่กระจายจากก้นบึ้งของดวงตาทีละน้อย “ฉันไม่ได้บอกแล้วเหรอว่ากลัวจะทำร้ายคุณ แล้วทำไมยังเรียกฉันมาอีก!”
ฉับ!
เขี้ยวแหลมคมยื่นออกมาจากปาก กู้เสี่ยวหนวนดวงตาแดงก่ำ กดร่างเขาไว้แน่น พยายามข่มความปรารถนาที่อยากฝังเขี้ยวลงบนร่างของเขาอย่างสุดกำลัง
เธอไม่เข้าใจเลย ในเมื่อเขาเป็นอาหาร ทำไมถึงยั่วยวนเธอขนาดนี้ ไม่รักชีวิตแล้วหรือไง?
มาล่อลวงแวมไพร์ที่อยู่ในสภาพแบบนี้ เขาอยากตายหรือไง!
“เธอไม่มีทางทำร้ายฉัน ครั้งก่อนก็ไม่ทำ ครั้งนี้ก็เหมือนกัน” ลู่อีเฉินเอ่ยเสียงต่ำ มือแตะแก้มเล็ก ๆ ของเธอ ก่อนจะลูบผ่านดวงตาสีเลือดคู่นั้นอย่างแผ่วเบา
“ฉัน—!” กู้เสี่ยวหนวนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมกลับได้ยินเสียงฝีเท้าด้านนอก หยุดลงตรงหน้าประตูห้องนี้
หรือจะเป็นแวมไพร์ตัวนั้นจากครั้งก่อน? เขายังไม่ยอมเลิกราอีกหรือไง?
เธอเอื้อมมือไปคว้าเอวด้านหลังของลู่อีเฉิน แล้วออกแรงยกเขาขึ้นมา
ร่างบอบบางพาเขากระโจนขึ้นไปทางหน้าต่าง ทว่าเสียงจากด้านนอกกลับดังแทรกเข้ามา คนที่มาเป็นเซียงไคซี
