กู้เสี่ยวหนวนรู้ว่าจี้เซี่ยงหนานมาแล้ว ปกติเขาพูดจาเยาะเย้ยถากถาง อ่านอารมณ์ไม่ออกสักที
แต่เธอหยุดไม่ได้ เลือดรสหวานที่ไหลลงคอทำให้เธอเงยหน้าแทบไม่ขึ้น ไม่อาจถอนเขี้ยวออกจากร่างของเขาได้
หลังจากดูดเลือดไปอีกสองสามอึก กู้เสี่ยวหนวนถึงได้เงยหน้าขึ้นอย่างหอบหายใจ ดวงตาแดงก่ำมองไปทางประตู แต่กลับพบว่าจี้เซี่ยงหนานมายืนอยู่ข้างกายตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
เขายิ้ม แล้วยื่นมือออกมาจับศีรษะของกู้เสี่ยวหนวนไว้
เพียงดึงเบา ๆ ก็แยกเธอออกจากอ้อมกอดของลู่อีเฉินได้
กู้เสี่ยวหนวนคิดจะดิ้นหนีอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แต่ก็ไม่อาจต้านทานแรงของเขาได้ สุดท้ายจึงถูกยกไปวางลงบนพื้นราวกับกระต่ายตัวหนึ่ง
ลู่อีเฉินพิงอยู่กับเคาน์เตอร์บาร์ แก้มยังมีสีแดงระเรื่ออยู่เล็กน้อย ตรงรอยเขี้ยวบนลำคอยังมีเลือดสดเหลือค้างอยู่สองสามหยด
จี้เซี่ยงหนานยื่นมืออีกข้างออกไป ป้ายเลือดสองสามหยดนั้นลงบนนิ้ว
“พ่อแก่!”
กู้เสี่ยวหนวนมองจนแทบหยุดหายใจ จี้เซี่ยงหนานหันกลับมามองเธอด้วยดวงตาเย็นชา แล้วใช้นิ้วที่เปื้อนเลือดป้ายลงบนริมฝีปากของเธอ
กู้เสี่ยวหนวนชะงักไป จี้เซี่ยงหนานเอ่ยด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ “ฉันไม่เคยสอนหรือว่าอย่าทำอาหารให้เสียเปล่า?”
จู่ ๆ ลู่อีเฉินที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็เข่าอ่อน ร่างสูงเพรียวทำท่าจะล้ม กู้เสี่ยวหนวนจึงพุ่งเข้าไปก้าวเดียว แล้วโอบเขาไว้จากด้านหน้า
“โดยเฉพาะแผลจากการดูดเลือด ห้ามมีเลือดเหลือค้างอยู่แม้แต่น้อย ดูดเลือดเสร็จแล้วยังปล่อยให้เลือดค้างอยู่ สำหรับสายพันธุ์เดียวกันแล้ว นั่นคือคำเชิญ”
“หนูเข้าใจแล้ว”
กู้เสี่ยวหนวนกอดชายหนุ่มไว้ในอ้อมแขน ออกแรงเล็กน้อยหมายจะพาเขากลับเข้าไปในห้อง
ลู่อีเฉินทิ้งน้ำหนักตัวลงบนกู้เสี่ยวหนวน แขนพาดอยู่บนไหล่ของเธอ และตอนที่เธออุ้มเขาขึ้นมา เขาก็โอบคอเธอไว้
เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ผมสีดำบดบังดวงตาและปิดบังใบหน้าไปครึ่งหนึ่ง
