โจวเอ้อร์หยายืนอยู่ตรงนั้นไม่รู้ว่านานเท่าไร กระทั่งขาทั้งสองข้างเริ่มชา ในที่สุดก็มีเสียงเคลื่อนไหวดังมาจากเรือนหลัก
ไม่นานก็ได้ยินเสียงประตูเอี๊ยดอ๊าด มีเงาร่างหลังค่อมค่อย ๆ ขยับออกมาจากเรือนหลัก รองเท้าย่ำลงบนดินโคลนที่แข็งตัวจนเกิดเสียงสวบสาบ กำลังเดินมาทางนี้
เอ้อร์หยาฟังความเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง จำได้ชัดเจนว่าประตูไม่ได้ส่งเสียงเป็นครั้งที่สอง ดูท่าตอนท่านย่าโจวออกมาคงไม่ได้ปิดประตูให้สนิท แบบนี้กลับสะดวกสำหรับนางพอดี
เมื่อเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เอ้อร์หยาก็กำไม้กระบองในมือแน่น กลั้นหายใจ
ทันทีที่ท่านย่าโจวโผล่ตัวออกมา นางก็ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยกไม้กระบองขึ้นฟาดลงตรงรอยต่อระหว่างท้ายทอยกับต้นคอของท่านย่าโจวอย่างแรง แรงสะท้อนวิ่งกลับมาตามไม้กระบองจนข้อมือนางสั่น ชาไปถึงง่ามนิ้ว
ได้ยินเพียงเสียงทึบดัง “ตุบ” ร่างของท่านย่าโจวชะงักไปชั่วขณะ ราวกับถูกอะไรบางอย่างตรึงไว้ จากนั้นทั้งร่างก็พุ่งไปข้างหน้า ล้มคว่ำหน้าลงบนดินแข็งหน้าประตูส้วม ไม่ส่งเสียงสักแอะ
โจวเอ้อร์หยาที่ยืนหอบหายใจ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง ตอนสูดลมหายใจเข้า ลมหนาวก็กรูเข้ามาจนคอแสบแน่น
นางก้มมองเงาดำทะมึนบนพื้น หมดสติไปแล้วหรือยัง? หรือตายแล้ว?
ช่างเถอะ นางยังต้องรีบไปหาของอีก
คิดได้ดังนั้น โจวเอ้อร์หยาก็ยกไม้กระบองขึ้นอีกครั้ง ฟาดซ้ำลงไปที่ท่านย่าโจว เสียง “ตุบ” ครั้งนี้ทึบกว่าครั้งก่อน ขาของท่านย่าโจวกระตุกสองทีเหมือนสัตว์แก่ที่ถูกฟาดด้วยแส้ ก่อนจะหยุดนิ่งไปในที่สุด
จะตายหรือไม่ ก็แล้วแต่ชะตาของนางแล้ว
โจวเอ้อร์หยากำไม้กระบองไว้ หัวใจเต้นแรงราวกับจะกระเด็นออกมาจากลำคอ มือสั่นเทาขณะคลำที่ลำคอของท่านย่าโจว
นางคลำเจอเชือกเส้นเล็กที่ซ่อนอยู่ด้านในคอเสื้อ ปลายเชือกผูกกุญแจเหล็กดอกเล็กเอาไว้ เมื่อกำไว้ในมือก็ยังอุ่นด้วยไอร่างของท่านย่าโจว
จากนั้นนางหยิบกรรไกรออกมาจากช่องมิติ เสียง “ฉับ” ดังขึ้น เชือกเส้นเล็กขาดสะบั้น กุญแจตกลงในมือ นางลุกขึ้นแล้วมุ่งหน้าไปยังเรือนหลัก
ประตูเรือนหลักเปิดอ้ากว้างอยู่ เอ้อร์หยาก้มตัวลอดเข้าไปโดยตรง
ท่านปู่โจวยังคงกรนเสียงดังสนั่น เพียงชั่วขณะที่เอ้อร์หยาเข้ามา เขาก็พลิกตัวบนเตียงเตา พึมพำอะไรบางอย่าง แล้วหลับต่อไป
เอ้อร์หยาสะดุ้งจนเกือบคิดว่าจะต้องสู้กันจนตายไปข้างหนึ่ง โชคดีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
โจวเอ้อร์หยาหยุดยืนอยู่หน้าเตียงเตา แสงจันทร์ลอดผ่านกระดาษหน้าต่าง ส่องลงบนใบหน้าซูบผอมของท่านปู่โจว
รอยย่นลากจากหว่างคิ้วไปจนถึงคาง ราวกับเปลือกต้นอวี๋เก่าแก่ เปลือกตาหย่อนลง ลูกตากลิ้งไปมาเบา ๆ ใต้เปลือกตาบาง ไม่รู้ว่ากำลังฝันถึงอะไร
นางยกไม้กระบองขึ้นอีกครั้ง เล็งไปที่แผ่นหลังของชายชรา แล้วฟาดลงไปอย่างแรง เสียงกรนของท่านปู่โจวหยุดลงทันที นางฟาดซ้ำตามเดิมอีกที จากนั้นจึงเริ่มค้นข้าวของไปทั่วห้อง
เป้าหมายแรกคือ ตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ที่ใส่กุญแจของสองสามีภรรยาสูงวัย นางมีลางสังหรณ์แรงกล้าว่าทะเบียนครัวเรือนต้องอยู่ในตู้นี้แน่
ตอนเด็ก ๆ นางเคยบังเอิญเห็นท่านย่าโจวเปิดตู้หยิบของออกมา ตอนนั้นเองที่นางรู้ว่ากุญแจตู้ถูกท่านย่าโจวคล้องติดคอไว้ตลอด ไม่เคยห่างตัว เพราะอย่างนั้นเมื่อครู่นี้นางถึงได้ไปคลำที่คอของท่านย่าโจว
โจวเอ้อร์หวางวางไม้กระบองในมือลงข้าง ๆ แล้วหันไปเปิดตู้เสื้อผ้า
ตู้เสื้อผ้าเป็นตู้ไม้ทาสีดำแบบเก่า มีบานประตูสองบาน ผิวด้านนอกทาด้วยสีดำหนา ๆ สีลอกออกเป็นแผ่นใหญ่ เผยให้เห็นเนื้อไม้สีเทาขาวด้านใน
ตรงกลางมีแม่กุญแจเหล็กคล้องอยู่ ตัวกุญแจสีเหลืองทองแดง สะท้อนแสงเย็นวาบใต้แสงจันทร์
นางเสียบกุญแจลงในรูกุญแจ บิดข้อมือ กลอนดีดเปิดดัง “กึก” แม่กุญแจก็ปลดออก
นางดึงบานตู้ออก กลิ่นไม้เก่าอบอวลปะปนกับกลิ่นสบู่จากเสื้อผ้าพุ่งเข้ามาปะทะหน้า
เอ้อร์หยามองเข้าไปในตู้ เห็นเสื้อผ้ากองหนึ่งพับซ้อนกันอยู่ ทั้งเสื้อคลุมบุนวมสีน้ำตาลเทาที่ท่านปู่โจวแทบไม่ได้สวม เสื้อแจ็กเก็ตสีน้ำเงินครามที่ท่านย่าโจวยังไม่เคยใส่ ผ้าฝ้ายเนื้อหยาบที่ยังไม่ได้ตัดหนึ่งพับ และรองเท้าพื้นหนาหลายคู่ที่เย็บเสร็จแล้ว
นางยื่นมือควานใต้กองเสื้อผ้า สัมผัสได้ถึงมุมแข็ง ๆ ของกล่องไม้ใบเล็ก
นางดึงมันออกมา ขนาดไม่ใหญ่ ด้านละประมาณหนึ่งฉื่อ ทำจากไม้ต้นอวี๋ ไม่ได้ทาสี ฝาปิดสนิทแต่ไม่มีกุญแจ คงคิดว่าแค่ใส่กุญแจตู้เสื้อผ้าด้านนอกไว้ก็ปลอดภัยไร้กังวลแล้ว
นางเปิดฝาออก ข้างในมีเงินแท่งเล็กอยู่หลายก้อนกับกระดาษเหลืองเก่าอีกหลายแผ่น เอ้อร์หยากวาดตามองคร่าว ๆ ก็พบว่าแผ่นบนสุดเป็นทะเบียนครัวเรือน ส่วนอีกสองแผ่นข้างล่างน่าจะเป็นสัญญาที่ดิน
พอคิดได้ นางก็เก็บกล่องไม้ทั้งใบ รวมถึงตู้เสื้อผ้าใบใหญ่เข้าไปในช่องมิติทั้งหมด
เก็บตู้เสื้อผ้าเสร็จแล้ว นางจึงเริ่มสำรวจห้องของสองสามีภรรยาสูงวัย บนเตียงเตามีผ้าห่มสองผืน เป็นของที่ทั้งคู่ใช้ห่ม อีกทั้งยังมีเสื้อผ้าที่ถอดไว้ก่อนเข้านอน
แม้แต่เสื้อผ้าที่ทั้งคู่ใส่สลับกันตามปกติซึ่งกองอยู่ตรงหัวเตียงเตา นางก็เก็บเข้าไปโดยไม่กะพริบตา
ต่อมาก็เป็นเสบียง ในยุคนี้ธัญพืชมีค่ามาก อาหารของตระกูลโจวเก็บรวมไว้ในห้องของสองสามีภรรยาสูงวัย
มุมห้องมีกระสอบป่านกองอยู่เจ็ดแปดใบ อีกทั้งยังมีไหดินเผาใบใหญ่ใส่ข้าวสารกับแป้ง นี่คือเสบียงทั้งหมดของตระกูลโจว นางเก็บเข้าไปโดยไม่ลังเล
ตรงหัวเตียงเตายังมีผ้าหลายผืนกับด้ายและเข็มอีกจำนวนหนึ่ง นางก็เก็บเข้าไปทั้งหมด แม้แต่หวีไม้ของท่านย่าโจวกับโต๊ะไม้ตัวเล็กข้างเตียงเตาก็ไม่เว้น
นางยังเปิดดูใต้หมอนของสองสามีภรรยาสูงวัย พบถุงผ้าสีน้ำเงินใบหนึ่งซุกอยู่ข้างใต้ ลองใช้นิ้วบีบดูแล้วรู้สึกแข็ง ๆ คล้ายเหรียญทองแดง น่าจะมีอยู่ราวยี่สิบถึงสามสิบเหรียญ นางเก็บเข้าไปด้วย
ถ้าไม่ใช่เพราะเวลาเร่งรัด กลัวว่าคนจากเรือนใหญ่กับเรือนรองจะมีใครลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ นางคงอยากถอดเสื้อผ้าท่านปู่โจวกับท่านย่าโจวไปให้หมดก่อนออกไปด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นว่าข้าวของในห้องแทบไม่เหลืออะไรแล้ว เอ้อร์หยาก็ไม่หันกลับไปมองอีก นางเปิดม่านประตูแล้วเดินออกไป
ลมหนาวพัดปะทะหน้าในลานบ้าน แสงจันทร์ส่องลงบนดินแข็งจนขาวโพลน เอ้อร์หยาเหลือบมองเรือนปีกตะวันออก แล้วมองเรือนปีกตะวันตก จากนั้นก้มมองแขนขาผอมเล็กของตัวเอง สุดท้ายก็ได้แต่ตัดใจยอมแพ้
ยังมีแม่ไก่แก่ของบ้านอีกตัว นางเป็นคนให้อาหารมันมาตลอด น่าเสียดายที่พาไปด้วยไม่ได้
นางกลัวว่าถ้าฆ่าไก่จะเกิดเสียงดังจนปลุกคนตระกูลโจวให้ตื่น แบบนั้นคงได้ไม่คุ้มเสีย โชคดีที่ไข่ไก่เก็บไว้ในตู้ครัว และอยู่ในช่องมิติของนางแล้ว ก็ไม่ถึงกับเสียเปรียบมากนัก
ถ้าช่องมิติของนางเก็บสิ่งมีชีวิตได้ก็คงดี นางอยากเก็บตัวเองเข้าไปอยู่ข้างในด้วยซ้ำ
โชคดีที่ตระกูลโจวยังไม่ได้แยกครอบครัว ทรัพย์สินทั้งหมดอยู่กับท่านปู่โจวและท่านย่าโจว ตอนนี้นางเอามาไว้กับตัวหมดแล้ว จึงไม่ต้องเสียดายอะไรนัก
เอ้อร์หยาเปิดกลอนประตูรั้ว เดินออกจากลานบ้านอย่างผึ่งผาย จากนั้นก็ไม่หันกลับไปมองอีก มุ่งหน้าไปทางหลังเขา
