ยามนี้เมี่ยวฝ่าเจินเหรินกำลังจนปัญญา ไม่รู้จะรับมือโม่เวิ่นเทียนกับหลิ่วอวิ๋นเมิ่งอย่างไร ครั้นเห็นหลี่เทียนหยวน นางก็รีบกวักมือเรียกเขาทันที
“ผู้อาวุโสเมี่ยวฝ่า”
หลี่เทียนหยวนเดินเข้ามาใกล้ ก่อนประสานมือคารวะเมี่ยวฝ่าเล็กน้อย
“ประมุขยอดเขาหลี่ ท่านมาพอดี หมิงเยว่เพิ่งเข้าไปในหอคอยกระบี่ฮ่าวเทียน”
เมี่ยวฝ่าเจินเหรินชี้ไปยังหอคอยกระบี่ฮ่าวเทียนเบื้องหน้า
ส่วนโม่เวิ่นเทียนและหลิ่วอวิ๋นเมิ่งที่อยู่ข้าง ๆ พอเห็นหลี่เทียนหยวนก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสดงสีหน้าต่างกันออกไป
ทั้งสองพอจะจดจำหลี่เทียนหยวน ประมุขยอดเขากระบี่หลิงอวิ๋นผู้นี้ได้อยู่บ้าง อย่างไรเสียคราวก่อนอีกฝ่ายก็สร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ที่ตำหนักหลิงเซียว
บัดนี้ประมุขยอดเขาทุกคนต่างรู้แล้วว่า ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์มีเทพกระบี่หนุ่มปรากฏตัวขึ้นคนหนึ่ง
ทว่าทั้งสองก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงพยักหน้าให้หลี่เทียนหยวน ถือว่าทักทายกันแล้ว
จากนั้นทุกคนก็จับจ้องไปยังศิลาจารึกหน้าหอคอยกระบี่ฮ่าวเทียน
เพราะยามนี้มู่หรงหมิงเยว่เริ่มไต่หอแล้ว ชื่อของนางเคลื่อนจากชั้นล่างสุดขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนางก็ผ่านจากชั้นหนึ่งเข้าสู่ชั้นสอง แล้วไต่สูงขึ้นไปต่อจนถึงชั้นสาม
จากนั้นเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม มู่หรงหมิงเยว่ก็ขึ้นไปถึงชั้นเจ็ดแล้ว
