“ท่านอาจารย์ ท่านพบผู้มีวาสนาอีกแล้วหรือเจ้าคะ?”
เจียงเยว่หลีกะพริบตาปริบ ๆ พลางเอ่ยด้วยความประหลาดใจ
นางจำได้ว่าอาจารย์รับศิษย์ตามวาสนา คิดไม่ถึงว่าเพิ่งผ่านไปไม่กี่วัน อาจารย์ก็รับศิษย์ใหม่มาอีกคนแล้ว
“ใช่ ต่อไปเจ้าก็ต้องเป็นศิษย์พี่แล้วนะ ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างให้ดีล่ะ!” หลี่เทียนหยวนพยักหน้า
เจียงเยว่หลีได้ยินดังนั้นก็มีท่าทีตื่นเต้นขึ้นมา
ศิษย์พี่!
ข้ากลายเป็นศิษย์พี่แล้ว!
นางตบอกเบา ๆ สีหน้ามุ่งมั่นเต็มเปี่ยม “ท่านอาจารย์วางใจได้ ข้าจะเป็นศิษย์พี่ที่ดีให้ได้เจ้าค่ะ!”
“ดี ๆ อาจารย์เชื่อเจ้า”
หลี่เทียนหยวนหัวเราะเบา ๆ “ไปกันเถอะ อาจารย์จะพาเจ้าไปพบศิษย์น้อง”
จากนั้นหลี่เทียนหยวนกับเจียงเยว่หลีก็ออกจากตำหนักหลิงอวิ๋น มุ่งหน้าไปยังที่พักของเย่เฉิน
เมื่อมาถึงหน้าประตู ก็เห็นเย่เฉินเดินออกมาจากในเรือน มุมปากของเขาประดับรอยยิ้มบาง ๆ ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายแห่งความมั่นใจ
เห็นได้ชัดว่าการฝึกฝนตลอดวันนี้ให้ผลลัพธ์ไม่น้อย เขาจึงอารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นหลี่เทียนหยวนเดินเข้ามา เย่เฉินก็รีบประสานมือค้อมกายร้องเรียก “ท่านอาจารย์ ท่านมาแล้ว!”
“อืม”
หลี่เทียนหยวนพยักหน้า ก่อนชี้ไปยังเจียงเยว่หลีที่ยืนอยู่ข้างกาย
“ศิษย์เอ๋ย นี่คือศิษย์พี่ของเจ้า เจียงเยว่หลี ต่อไปพวกเจ้าก็เป็นศิษย์ร่วมสำนักกันแล้ว ต้องช่วยเหลือเกื้อกูล ฝึกฝนร่วมกัน และร่วมกันสืบสานยอดเขากระบี่หลิงอวิ๋นให้รุ่งเรือง!”
เย่เฉินชะงักไปเมื่อได้ยิน ก่อนจะสังเกตเห็นเงาร่างงดงามที่ติดตามอยู่เบื้องหลังอาจารย์
แม้ดูเหมือนจะมีอายุเพียงสิบห้าสิบหกปี อ่อนกว่าเขาอยู่บ้าง แต่กลับงามสง่าอรชร รูปโฉมงดงามล่มเมือง
