“ฮ่า ๆ ศิษย์เอ๋ย เมื่อครู่เจ้าเห็นด้วยหรือ?”
หลี่เทียนหยวนกล่าวพลางยิ้มบาง ๆ
เดิมทีเขาคิดว่าฉากอันน่าเกรงขามเมื่อครู่คงไม่มีใครสังเกตเห็นเสียอีก ไม่นึกเลยว่าศิษย์รักจะได้เห็นเข้า
“อื้ม!”
เจียงเยว่หลีพยักหน้าอย่างจริงจัง “ข้าเห็นแม่น้ำปราณกระบี่อันไร้เทียมทานพาดผ่านฟ้าเก้าชั้น พุ่งทะยานขึ้นสู่หมู่เมฆ ราวกับฉีกฟ้าดินออกจากกัน”
“ที่แท้นั่นก็คือสิ่งที่ท่านอาจารย์กล่าวไว้ว่า หญ้าหนึ่งต้นฟันทำลายตะวันจันทราดวงดาว ศิษย์ได้รับประโยชน์จากสิ่งนี้มากเหลือเกิน”
ใบหน้าของเจียงเยว่หลีเผยความเลื่อมใส แววตาที่นางมองหลี่เทียนหยวนเป็นประกายเจิดจ้า
เมื่อเห็นว่าเจียงเยว่หลีเลื่อมใสตนมากขึ้นอีก หลี่เทียนหยวนก็รู้สึกจนใจอยู่บ้าง
สมแล้วที่การอวดฝีมือโดยไม่ออกหน้า คือสิ่งที่ทำให้ผู้คนตะลึงได้ที่สุด!
เขายิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยว่า
“ศิษย์เอ๋ย เมื่อเจ้าบรรลุขั้นจิตกระบี่ทะลวงเทพแล้ว อาจารย์จะถ่ายทอดกระบวนท่าหนึ่งกระบี่แหวกธารฟ้าให้เจ้า”
ไม่ใช่ว่าตอนนี้เขาไม่อยากถ่ายทอดให้เจียงเยว่หลี แต่หนึ่งกระบี่แหวกธารฟ้าเป็นอิทธิฤทธิ์แห่งวิถีกระบี่ที่ท้าทายสวรรค์เกินไป จำต้องบรรลุขั้นเทพกระบี่เสียก่อน จึงจะพอหยั่งรู้ความลึกลับในนั้นได้
ส่วนเขานั้นเป็นเพราะระบบ ทันทีที่ได้รับหนึ่งกระบี่แหวกธารฟ้ามา ก็ฝึกอิทธิฤทธิ์นี้จนถึงขั้นสมบูรณ์แบบ มิฉะนั้นคงสำแดงอานุภาพออกมาไม่ได้
