“หลี่เทียนหยวน เจ้าพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าเรื่องนี้มันเป็นมาอย่างไร?”
ไท่เสวียนเจินเหรินเงียบไปเนิ่นนาน ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“ฮ่า ๆ เรียนเจ้าสำนัก เรื่องเป็นเช่นนี้ขอรับ...”
เมื่อได้ยินไท่เสวียนเจินเหรินซักถาม หลี่เทียนหยวนก็หัวเราะเบา ๆ ก่อนกล่าวว่า “เดิมทีเจียงเยว่หลีมีหัวใจวิจิตรสูงสุดติดตัวมาแต่กำเนิด เพียงแต่ถูกตระกูลเจียงควักออกไปพอดีข้ามีวิธีการบางอย่าง จึงช่วยให้นางเกิดใหม่จากนิพพาน พลิกชะตาท้าทายสวรรค์ ทั้งยังทำให้นางมีสรีระเลิศล้ำใต้หล้าสองชนิด”
เขาเล่าอย่างสบาย ๆ ทว่าเมื่อถ้อยคำเหล่านั้นเข้าหูไท่เสวียนเจินเหริน กลับก่อให้เกิดคลื่นลมโหมกระหน่ำ จนในใจปั่นป่วนราวคลื่นยักษ์
การช่วยผู้อื่นพลิกชะตาท้าทายสวรรค์ได้ ต้องเป็นวิธีการที่ร้ายกาจเพียงใด แม้แต่มหาจักรพรรดิก็คงทำไม่ได้กระมัง!
วิธีการเช่นนี้นับเป็นปาฏิหาริย์โดยแท้!
แล้วหลี่เทียนหยวนทำได้อย่างไรกัน อีกทั้งฟังจากน้ำเสียงของเขา ดูราวกับเรื่องเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่คู่ควรแก่การเอ่ยถึง
แม้ในใจไท่เสวียนเจินเหรินจะเต็มไปด้วยความสงสัยและตื่นตะลึง แต่เขารู้ว่านี่คงเป็นความลับของหลี่เทียนหยวน จึงไม่ได้ซักถามต่อ
“แล้วกายาดารารอบฟ้าเป็นมาอย่างไร? ข้าไม่เคยได้ยินว่าครั้งนี้ตำหนักศึกษาศักดิ์สิทธิ์รับศิษย์ผู้มีพรสวรรค์โดดเด่นเช่นนี้เข้ามาเลย”
“เรื่องนี้หรือ... ศิษย์ผู้นี้ชื่อเย่เฉิน ก่อนหน้านี้เป็นศิษย์ของยอดเขาศิษย์รับใช้”
“ยอดเขาศิษย์รับใช้? เด็กคนนี้เป็นศิษย์ยอดเขาศิษย์รับใช้หรือนี่?”
ไท่เสวียนเจินเหรินชะงักงันอีกครั้ง เขาคิดไม่ถึงเลยว่าผู้ครอบครองกายาเทพไร้เทียมทานผู้ยิ่งใหญ่จะตกต่ำกลายเป็นศิษย์รับใช้
คนของตำหนักศึกษาศักดิ์สิทธิ์กำลังทำบ้าอะไรกันอยู่!
เขาจำได้ว่าศิษย์ยอดเขาศิษย์รับใช้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นลูกหลานของศิษย์ในสำนัก มีพรสวรรค์ธรรมดาเสียเป็นส่วนมาก แทบไม่มีแววจะก้าวหน้า แล้วจะมีศิษย์ผู้มีพรสวรรค์โดดเด่นโผล่มาได้อย่างไร?
