“อ้อ เป็นเช่นนี้นี่เอง”
หลี่เทียนหยวนพยักหน้าอย่างกระจ่างแจ้ง
เขาก็ว่าแล้ว ย่อมต้องมีวิธีอยู่
ที่แท้การเปลี่ยนสายสืบทอด ขอเพียงเข้าร่วมการทดสอบออกจากสำนักก็พอ
เช่นนี้ก็จัดการได้ง่ายแล้ว
การทดสอบออกจากสำนักครั้งหนึ่งคงไม่ยาก ด้วยฝีมือของมู่หรงหมิงเยว่ นางย่อมผ่านได้อย่างง่ายดาย
หากถึงคราวจำเป็น เขาค่อยหาทางช่วยนางก็ได้
เมื่อคิดเช่นนี้ หลี่เทียนหยวนก็อดเผยรอยยิ้มออกมาไม่ได้
ตอนนี้ก็รอเพียงมู่หรงหมิงเยว่ผ่านการทดสอบออกจากสำนัก เท่านี้เขาก็จะมีศิษย์คนที่สามแล้ว
ไท่เสวียนเจินเหรินเห็นท่าทางเบิกบานของหลี่เทียนหยวน มุมปากก็กระตุกเล็กน้อย เขารู้สึกว่าหลี่เทียนหยวนไม่ได้ใส่ใจคำพูดของตนเลย ยังคงยึดติดกับความคิดเพ้อฝันที่เป็นไปไม่ได้
แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงนึกขึ้นได้อีกเรื่องหนึ่งจึงเอ่ยว่า “จริงสิ อีกสามวันแดนลับหลิงเซียวจะเปิด เจ้าอยากให้ศิษย์ในสำนักของเจ้าสองคนเข้าร่วมหรือไม่?”
“แดนลับหลิงเซียว!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของหลี่เทียนหยวนก็เป็นประกาย
เขารู้จักสถานที่แห่งนี้ แดนลับหลิงเซียวเป็นถ้ำสวรรค์แดนมงคลแห่งหนึ่งของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งจะเปิดทุก ๆ 50 ปี เมื่อถึงเวลานั้น ศิษย์ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่มีขั้นบำเพ็ญตั้งแต่ขั้นวิญญาณก่อกำเนิดขึ้นไป ล้วนเข้าไปฝึกฝนในแดนลับหลิงเซียวได้
ว่ากันว่าภายในแดนลับมีวาสนาอยู่ทั่วทุกหนแห่ง ทั้งสมบัติล้ำค่าจากฟ้าดิน โอสถวิญญาณผลเซียน และมรดกของผู้ยิ่งใหญ่ ล้วนมีพร้อม ขอเพียงเข้าไป ไม่มากก็น้อยย่อมได้รับประโยชน์กลับมา
“เป็นอย่างไร สนใจหรือไม่?”
“แม้ศิษย์สองคนของเจ้าจะมีขั้นบำเพ็ญเพียงขั้นมหามรรคโอสถทอง ยังไม่ถึงเกณฑ์เข้าแดนลับหลิงเซียว แต่ข้าจะยกเว้นให้พวกเขาเข้าไปฝึกฝนได้สักครั้ง เพื่อประลองฝีมือกับเหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์คนอื่น ๆ ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์”
