ขณะนี้ บนยอดเขากระบี่หลิงอวิ๋น
หลี่เทียนหยวนนั่งดื่มชากับไท่เสวียนเจินเหรินอยู่กลางลานกว้าง นับตั้งแต่ครั้งก่อนที่ไท่เสวียนเจินเหรินได้ลิ้มรสอันเลิศล้ำของน้ำชาแห่งการหยั่งรู้ เขาก็มักแวะเวียนมาขอดื่มชาอยู่เสมอ
หลี่เทียนหยวนเองก็ไม่เคยตระหนี่ ทุกครั้งที่ไท่เสวียนเจินเหรินมาเยือน เขาจะชงน้ำชาแห่งการหยั่งรู้หนึ่งกา แล้วนั่งสนทนาเรื่อยเปื่อยเป็นเพื่อนอีกฝ่าย
“ไม่เลวเลย ศิษย์สองคนของเจ้าใช้พลังขั้นวิญญาณก่อกำเนิด แต่กลับฝ่าทะลวงเข้าไปติดสิบอันดับแรกของการทดสอบคราวนี้ได้ ดูท่าเจ้าจะมีวิธีสั่งสอนศิษย์อยู่ไม่น้อย!”
ไท่เสวียนเจินเหรินจิบน้ำชาแห่งการหยั่งรู้ ก่อนกล่าวชมเชย
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เทียนหยวนก็หัวเราะเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “ทั้งหมดเป็นผลจากความพยายามของพวกเขาเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอาจารย์อย่างข้ามากนักหรอก!”
หลี่เทียนหยวนไม่รู้สึกประหลาดใจเลยที่เจียงเยว่หลีกับเย่เฉินทำผลงานได้เช่นนี้
ศิษย์ทั้งสองของเขา คนหนึ่งมีศักยภาพเป็นจักรพรรดินี อีกคนมีชะตาชีวิตแห่งดาวจักรพรรดิ แม้พลังจะไม่ได้สูงนักเมื่อเทียบกับผู้เข้าร่วมการทดสอบคราวนี้ แต่กลับท้าทายผู้ที่มีขั้นพลังสูงกว่าได้ การทำผลงานเช่นนี้จึงไม่นับว่าแปลก
โดยเฉพาะเจียงเยว่หลีที่เป็นบุตรแห่งโชควาสนา ครอบครองโชควาสนาอันล้ำฟ้า แดนลับและสถานที่อันเป็นมงคลเช่นนี้แทบจะเป็นดั่งสายน้ำที่หล่อเลี้ยงมัจฉาสำหรับนาง
ส่วนเย่เฉินนั้นไม่มีโชควาสนาอันล้ำฟ้า ทำให้หลี่เทียนหยวนอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาทำได้อย่างไร ถึงได้วาสนามากมาย อีกทั้งพลังยังเพิ่มพูนขึ้นไม่น้อย
พลังของศิษย์หลายคนในตอนนี้ หลี่เทียนหยวนย่อมรู้แจ้งชัดเจนจากแผงระบบ
