เย่เฉินยังคงเดินเก็บสมุนไพรไปทั่วสวนโอสถเซียน พลางเด็ดสมุนไพรวิญญาณและโอสถเซียนล้ำค่าไปด้วย พร้อมกับคอยสังเกตความเคลื่อนไหวรอบด้านอย่างเงียบ ๆ
ทันใดนั้น เขาก็พบร่องรอยว่ามีคนเก็บสมุนไพรวิญญาณบางส่วนในบริเวณใกล้เคียงไปแล้ว หัวใจพลันกระตุกวูบ เขาตระหนักว่าที่นี่อาจมีคนมาก่อนแล้ว
เขาคาดเดาว่าคนเหล่านั้นคงเป็นหลงอ้าวเทียนกับพวกกู้จิ่วเกอ ใจจึงอดรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาไม่ได้ ดูท่าเขาจะมาช้าไปก้าวหนึ่งเสียแล้ว
เป็นดังคาด ยังไม่ทันได้คิดอะไรมาก เย่เฉินก็สัมผัสได้ว่ามีความเคลื่อนไหวดังมาจากไม่ไกล
หูของเขาขยับเล็กน้อย จับเสียงฝีเท้าแผ่วเบาและเสียงพูดคุยได้อย่างว่องไว
เขาพลันเคลื่อนกายวูบไปซ่อนหลังต้นไม้วิญญาณขนาดมหึมา กลั้นลมหายใจและรอคอยอย่างเงียบงัน
ไม่นานนัก กู้จิ่วเกอกับซูชิงชิวก็เดินเข้ามา
ทั้งสองพูดคุยกันพลางกวาดตามองรอบด้าน พยายามค้นหาสมุนไพรวิญญาณและโอสถเซียนล้ำค่าเพิ่มเติม
เมื่อเทียบกับตอนอยู่บนบันไดสวรรค์ ระดับการบำเพ็ญของทั้งคู่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกู้จิ่วเกอที่ถึงกับบรรลุขั้นปราชญ์แท้แล้ว
เย่เฉินหลบอยู่หลังต้นไม้วิญญาณ มองกู้จิ่วเกอกับซูชิงชิวผ่านกิ่งใบหนาทึบอย่างไม่ละสายตา
กู้จิ่วเกอสวมอาภรณ์สีขาว รูปร่างสูงสง่า เปรียบดั่งต้นสนเขียวชอุ่ม แผ่กลิ่นอายเหนือโลกีย์ออกมา
