เย่เฉินเห็นว่ากู้จิ่วเกอกับซูชิงชิวจำเขาไม่ได้แม้แต่น้อย กลับเข้าใจว่าเขาคือลี่เฟยอวี่ ก็พลันยินดีขึ้นมา รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งกำเริบเสิบสาน
เขากอดอก เชิดคางขึ้นเล็กน้อยจนแทบจะแหงนหน้ามองฟ้า ก่อนตะเบ็งเสียงด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ของลี่เฟยอวี่
“เห็ดหลินจือหัวใจมังกรเก้าชั้นฟ้า? หึ ข้าจองไว้ตั้งนานแล้ว พวกเจ้าสองคนรู้จักที่ต่ำที่สูงก็รีบไสหัวไปเสีย!”
เสียงแหลมบาดหูของเขาดังก้องขึ้นในสวนโอสถเซียนอันเงียบสงัด ฟังดูขัดแย้งกับบรรยากาศรอบด้านอย่างยิ่ง
กู้จิ่วเกอกับซูชิงชิวได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักงันไปทันที
ทั้งสองสบตากัน แววตาเต็มไปด้วยความฉงนและโกรธเกรี้ยว
กู้จิ่วเกอขมวดคิ้วแน่นจนเกิดเป็นรอยลึก เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พลังวิญญาณรอบกายไหวกระเพื่อมแผ่วเบา น้ำเสียงเย็นเยียบราวกับจะแช่แข็งผู้คน
“ลี่เฟยอวี่ เจ้าหมายความว่าอย่างไร? สมบัติในสวนโอสถเซียนแห่งนี้ ใครพบก่อนก็ได้ไปก่อน แล้วเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าเห็ดหลินจือหัวใจมังกรเก้าชั้นฟ้าเป็นของที่เจ้าจองไว้? หรือคิดว่าตัวเองเป็นใคร สวนโอสถเซียนแห่งนี้เป็นบ้านเจ้าหรือ?”
ในสายตาของเขา คำพูดของลี่เฟยอวี่ช่างเหลวไหลสิ้นดี สมบัติในสวนโอสถเซียนแห่งนี้ย่อมตกเป็นของผู้มีวาสนา แล้วจะมีเรื่องจองไว้ได้อย่างไร
เย่เฉินลอบยินดีอยู่ในใจ รู้ว่าการยั่วยุของตนทำให้อีกฝ่ายเดือดดาลได้สำเร็จ จึงสุมไฟต่อโดยจงใจยืดอก แล้วปรายตามองกู้จิ่วเกอด้วยน้ำเสียงดูแคลนเหยียดหยาม
