“บุตรศักดิ์สิทธิ์?”
เมื่อได้ยินคำพูดของไท่เสวียนเจินเหริน เย่เฉินก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “ขอบคุณในความเมตตาของประมุขที่คิดจะบ่มเพาะศิษย์ขอรับ!”
“แต่ทุกคำพูดและการกระทำของบุตรศักดิ์สิทธิ์ล้วนเป็นตัวแทนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ย่อมต้องคำนึงถึงหลายสิ่งหลายอย่าง ศิษย์ชินกับการใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไม่เหมาะจะเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ขอรับ!”
“เอาเถิด ในเมื่อเจ้าไม่เต็มใจ ข้าก็จะไม่บังคับเจ้า”
เมื่อเห็นเย่เฉินปฏิเสธ ไท่เสวียนเจินเหรินก็ไม่ได้เซ้าซี้ อย่างไรเสียแต่ละคนย่อมมีเส้นทางของตนเอง
“ขอบคุณประมุขที่เข้าใจขอรับ”
เย่เฉินพยักหน้า
เส้นทางในใจของเขามีเพียงหนทางสู่ความไร้เทียมทาน ไม่สนใจเรื่องอื่นแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น นิสัยของเขายังรักอิสระ ไม่ชอบถูกผูกมัด
เมื่อคิดเช่นนั้น เขาก็หันไปมองอาจารย์ สีหน้าจริงจังขึ้น “ท่านอาจารย์ บัดนี้ระดับบำเพ็ญของศิษย์บรรลุถึงขั้นนิพพานแล้ว ในโลกนี้ศิษย์ก็พอจะมีพลังปกป้องตนเองอยู่บ้าง”
“ดังนั้นศิษย์จึงอยากออกไปฝึกฝนสักครั้ง อย่างไรเสียก็มีเพียงการขัดเกลาตนเองในโลกภายนอกเท่านั้น ศิษย์ถึงจะแข็งแกร่งขึ้นได้! หากไม่เช่นนั้น ศิษย์ก็คงเป็นเพียงลูกนกใต้ปีกของท่านอาจารย์ ไม่มีวันสยายปีกโผบินได้!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เฉิน ใบหน้าของหลี่เทียนหยวนก็เผยแววปลื้มปีติ
“เจ้าคิดเช่นนี้ได้ อาจารย์ก็ดีใจมาก!”
“แต่ตอนนี้บัญชีสวรรค์หงเหมิงใกล้จะเปิดแล้ว การประลองใหญ่ประจำปีของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ใกล้เข้ามา หากเจ้าอยากออกไปฝึกฝน รออีกหนึ่งเดือนค่อยไปก็ยังไม่สาย”
