“มาพอดี!”
หลี่เทียนหยวนไร้ซึ่งความหวาดหวั่น แววตาเปล่งประกายด้วยจิตต่อสู้
เขาไม่เพียงไม่ถอยหนี กลับเป็นฝ่ายรุกเข้าหา กระบี่เถาเที่ยในมือกวัดแกว่งเป็นวงจนแทบไม่มีช่องว่าง ทุกกระบี่ล้วนแฝงพลังอันแข็งแกร่ง ฟาดฟันหนวดสีดำเหล่านั้นขาดสะบั้นทีละเส้น
เมื่อเห็นเช่นนั้น ผู้อาวุโสสี่ก็ยิ่งเดือดดาล เขาอ้าปากกว้าง พ่นเปลวเพลิงสีดำสายหนึ่งกวาดเข้าใส่หลี่เทียนหยวน
เปลวเพลิงนั้นแฝงไว้ด้วยความแค้นและคำสาปอันไร้ที่สิ้นสุด ทุกแห่งที่มันพัดผ่าน มิติล้วนถูกกัดกร่อนจนเกิดหลุมดำขึ้นทีละหลุม
ร่างหลี่เทียนหยวนวูบไหว หลบการโจมตีของเปลวเพลิงสีดำได้อย่างฉิวเฉียด
เขาเหยียบย่างบนห้วงอากาศ พุ่งเข้าหาผู้อาวุโสสี่ดุจสายฟ้า กระบี่เถาเที่ยในมือชูสูงขึ้น อสูรเทพเถาเที่ยบนตัวกระบี่ราวกับฟื้นคืนชีพ ส่งเสียงคำรามสะเทือนฟ้าก่อนฟาดฟันใส่ผู้อาวุโสสี่
“คิดว่าเจ้าจะหนีพ้นหรือ? นี่คือผลกรรมของเจ้า!”
ผู้อาวุโสสี่หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความสิ้นหวังและคลุ้มคลั่ง
เขาพุ่งเข้าใส่โดยไม่สนสิ่งใด หวังตายตกไปพร้อมกับหลี่เทียนหยวน
“หึ! ตอนมีชีวิตอยู่ข้าสังหารเจ้าได้ครั้งหนึ่ง หลังตายแล้วก็ยังฟันเจ้าได้อีก!”
หลี่เทียนหยวนแค่นเสียงเย็นชา แววตาฉายความดูแคลนวูบหนึ่ง
กระบี่หนึ่งฟาดออก ดวงตะวันและจันทราพลันหม่นแสง ทั่วทั้งมิติถูกแสงกระบี่เจิดจ้าส่องสว่าง รัตติกาลแปรเปลี่ยนเป็นกลางวันในชั่วพริบตา
ภายใต้กระบี่นี้ การโจมตีของผู้อาวุโสสี่เปราะบางราวกับไม่มีค่าให้เอ่ยถึง
เสียง “กร๊อบ” ดังขึ้น ร่างของผู้อาวุโสสี่ถูกปราณกระบี่ของหลี่เทียนหยวนฟันออกเป็นสองซีก ก่อนแตกสลายเป็นเศษสีดำนับไม่ถ้วนกลางอากาศ
