“หากคิดจะผ่านไป ก็ถามกระบี่ในมือข้าก่อน!”
ทว่า หลี่เทียนหยวนไหนเลยจะปล่อยให้เขาสมปรารถนา
เขาแค่นเสียงเย็นชา ร่างวูบไหวดุจสายฟ้า พริบตาเดียวก็ขวางหน้าจินอู๋จิ้วไว้ กระบี่เซียนสูงสุดทั้งสี่เล่มในมือพลันชักออกจากฝักอีกครั้ง ปราณกระบี่แผ่พุ่งตัดสลับ ปิดกั้นเส้นทางของจินอู๋จิ้วไว้อย่างแน่นหนา
จินอู๋จิ้วร้อนใจแทบคลั่ง เขากวัดแกว่งเคล็ดวิชาในมืออย่างบ้าคลั่ง การโจมตีอันทรงพลังระลอกแล้วระลอกเล่าถาโถมเข้าใส่หลี่เทียนหยวน
อีกด้านหนึ่ง จักรเทพสุริยันจันทราพุ่งฉิวดุจสายฟ้า เพียงชั่วพริบตาก็มาถึงตรงหน้าเสี่ยวจิน
ขณะนั้นเสี่ยวจินยังจมอยู่ในห้วงแห่งการดูดซับโลหิตเทพสุริยัน จึงไม่รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบกายเลยแม้แต่น้อย
ชั่วขณะถัดมา จักรเทพสุริยันจันทราเปล่งประกายเจิดจ้า ลอยวนเหนือศีรษะเสี่ยวจินอยู่หลายรอบ ก่อนจะแปรเป็นลำแสงพุ่งสวมลงบนหน้าผากของเขา ราวกับได้พบที่พำนักของตนแล้ว
ชั่วพริบตานั้น เสี่ยวจินรู้สึกได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งสายหนึ่งหลั่งไหลเข้าสู่ร่าง หลอมรวมเข้ากับสายเลือดของเขา
ในทะเลจิตของเขา ลวดลายนิพพานเก้าสุริยันเปล่งแสงเจิดจ้า อักขระเทพที่เคยหม่นมัวกลับสว่างไสวขึ้นมา พลังอันแข็งแกร่งสายหนึ่งพลุ่งพล่านอยู่ภายในร่าง
“นี่...นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
ร่างของเสี่ยวจินสั่นสะท้านเล็กน้อย เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความฉงน ทว่าเขาสัมผัสได้ว่าจักรเทพสุริยันจันทราไม่มีเจตนาร้ายต่อเขา ตรงกันข้าม กลับเกิดเสียงสะท้อนอันน่าอัศจรรย์ขึ้นระหว่างมันกับร่างกายของตน ราวกับว่ามันกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างไปแล้ว
