“ฮึ!”
“อย่าเสียแรงเปล่าเลย วันนี้ข้าต้องฆ่าเด็กสาวคนนี้ให้ได้!”
มุมปากของชายสวมหน้ากากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชาโหดเหี้ยม เขาเอ่ยอย่างเฉยเมย
“หากคิดจะฆ่าศิษย์น้องเจียง ก็ต้องข้ามศพข้าไปก่อน!”
น้ำเสียงของมู่หรงหมิงเยว่หนักแน่น สีหน้าไร้ซึ่งความหวาดกลัว
“ไม่รับสุราคารวะ กลับจะดื่มสุราลงทัณฑ์!”
ชายสวมหน้ากากแค่นเสียงเย็นชา ร่างพลันขยายใหญ่ขึ้น ก่อนพุ่งเข้าโจมตีมู่หรงหมิงเยว่โดยตรง
เมื่อเห็นชายสวมหน้ากากโถมเข้ามา มู่หรงหมิงเยว่ก็ไม่กล้าประมาท นางพลิกข้อมือรวบรวมปราณกระบี่ แล้วฟาดฟันลงมาอย่างรุนแรง
“ฟึ่บ!”
ปราณกระบี่พาดผ่านไปทั่ว ก่อนแปรเป็นกระบี่สวรรค์เล่มหนึ่ง พกพากลิ่นอายอันน่าสะพรึง พุ่งฟันลงมา
ทว่า ชายสวมหน้ากากเพียงยื่นมือขวาออกมาอย่างส่งเดช แล้วฟาดฝ่ามือออกไปอย่างง่ายดาย ราวกับปัดแมลงวัน ปราณกระบี่สายนี้พลันถูกทำลายจนสิ้น
ทันใดนั้น เขาก็ปล่อยหมัดออกมาอีกครั้ง!
“ตูม!!!”
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวดังขึ้น ห้วงอากาศบิดเบี้ยว ลมปราณเกรี้ยวกราดกวาดกระหน่ำ คลื่นพลังที่หลงเหลือแผ่สะเทือนไปโดยรอบ
มู่หรงหมิงเยว่ครางอู้อี้ ร่างของนางร่วงถอยไปด้านหลังราวกับถูกฟ้าผ่า
ขณะเดียวกัน นางยังรู้สึกได้ว่าเลือดลมในกายเดือดพล่าน เส้นลมปราณปวดร้าวคล้ายกำลังฉีกขาด
“ในหมู่คนรุ่นเดียวกัน เจ้ามีฝีมือถึงขั้นไร้ผู้ต้าน ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าข้า ยังห่างชั้นนัก”
“ข้าจะให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ถอยไป! มิฉะนั้นอย่าหาว่าข้าไม่ปรานี”
ชายสวมหน้ากากกล่าวเสียงต่ำ
ดูเหมือนเขาจะยังเกรงกลัวฐานะของมู่หรงหมิงเยว่อยู่บ้าง
อย่างไรเสีย หากนักบุญหญิงคนหนึ่งตายกะทันหัน ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียวทั้งมวลย่อมคลุ้มคลั่ง ต่อให้ต้องแลกด้วยสิ่งใดก็จะจับตัวฆาตกรมาสับร่างเป็นหมื่นชิ้น
