“เช่นนั้นพวกเจ้าสองคนก็จงหลอมรวมโลหิตมังกรแท้ให้ดี อาจารย์จะออกไปก่อน!”
หลี่เทียนหยวนกล่าวจบก็ออกจากห้องไป
เจียงเยว่หลีมองส่งอาจารย์จากไป ก่อนหันไปมองมู่หรงหมิงเยว่แล้วเอ่ยขึ้นว่า
“ศิษย์พี่ใหญ่ช่างมาได้ถูกจังหวะเสียจริง ไม่มาก่อนหน้านี้ ไม่มาหลังจากนี้ ดันโผล่มาตอนนี้พอดีเลยนะ”
มู่หรงหมิงเยว่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวเสียงเรียบว่า “บังเอิญจริง ๆ โชคดีที่ข้ามาทันเวลา มิเช่นนั้นหากช้ากว่านี้อีกสักหน่อย ไม่แน่ว่าอาจารย์คงถูกศิษย์น้องกินรวบไปแล้วกระมัง!”
ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้างามของเจียงเยว่หลีก็แดงระเรื่อ นางรู้สึกกระดากอายอยู่บ้าง
นางไม่คิดเลยว่าโอกาสดี ๆ ที่จะได้อยู่กับอาจารย์ตามลำพัง กลับถูกศิษย์พี่ใหญ่เห็นเข้า ช่างน่าอับอายยิ่งนัก
ทว่านางไม่ยอมรับเรื่องนี้ กลับเชิดคางขึ้นอย่างดื้อรั้นแล้วกล่าวว่า “ศิษย์พี่ใหญ่พูดอะไรน่ะ? ข้าเป็นศิษย์ที่อาจารย์รักที่สุด อาจารย์ช่วยข้าฝึกวิชาแล้วมีปัญหาอะไร? หรือข้าจะทำอะไรอาจารย์ได้จริง ๆ งั้นหรือ?”
“อาจารย์ช่วยศิษย์น้องฝึกวิชานั้นเป็นเรื่องจริง แต่ศิษย์น้องกำลังคิดแผนอะไรอยู่ ข้าก็ไม่รู้หรอกนะ”
มู่หรงหมิงเยว่เปลี่ยนจากท่าทีอ่อนโยนตามปกติ น้ำเสียงแฝงความเป็นปรปักษ์อยู่หลายส่วน
อาจารย์คือคู่บุพเพที่สวรรค์ลิขิตให้แก่นาง
แม้นางจะไม่ถือสาหากความรักของอาจารย์แบ่งปันให้ผู้อื่น แต่ก็ไม่อยากให้เจียงเยว่หลีได้ความโปรดปรานจากอาจารย์ก่อนนาง
เจียงเยว่หลีถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่จ้องตาเขม็งอย่างขุ่นเคือง แต่กลับไม่รู้จะโต้ตอบอย่างไร
