บริเวณรอบนอกภูเขาเทพสุริยัน กลางห้วงสุญญากาศ
กลิ่นอายทรงพลังหลายสายแผ่กระจายอย่างไร้ความเกรงใจ พลันก่อกวนพลังแห่งดวงดาวโดยรอบ จนเกิดเป็นวังวนพลังอันอึมครึม
ว่าที่จักรพรรดิสามคนจากรังบรรพมังกร ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ซวี และดินแดนศักดิ์สิทธิ์มารฟ้า ลอยอยู่กลางอากาศ สายตาเย็นเยียบจับจ้องภูเขามหึมาที่ตั้งตระหง่านเบื้องหน้าและเปล่งประกายเจิดจ้าดุจแสงเทพนับร้อยล้านจั้ง
ว่าที่จักรพรรดิอาวุโสจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ซวีผู้หนึ่งมีนามเต๋าว่า “เสวียนเทียน” กลิ่นอายลึกล้ำ บรรลุถึงจุดสูงสุดของขั้นว่าที่จักรพรรดิแล้ว เขาถือกระจกโบราณบานหนึ่งไว้ในมือ แสงจากกระจกส่องเรืองรองอย่างเลือนราง ขณะพยายามสอดส่องความจริงของภูเขาเทพ ทว่ากลับถูกม่านไร้รูปร่างขวางเอาไว้ แผ่นกระจกเกิดระลอกคลื่น ไม่อาจมองลึกเข้าไปได้
“ข้อห้ามแข็งแกร่งยิ่งนัก!” ว่าที่จักรพรรดิเสวียนหมิงขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงเคร่งขรึม “ภูเขาเทพสุริยันแห่งนี้แข็งแกร่งดุจป้อมปราการตั้งแต่เมื่อใดกัน? แม้แต่ ‘กระจกสุญญากาศ’ ของข้าก็ยังยากจะส่องทะลุได้แม้แต่น้อย”
ข้างกาย ว่าที่จักรพรรดิจากรังบรรพมังกรผู้หนึ่งมีร่างกายกำยำแข็งแกร่ง พลังมังกรโอบล้อม เขาเป็นน้องชายร่วมอุทรของราชันมังกรเถื่อน มีนามว่า “อ้าวซา” เมื่อได้ยินดังนั้นก็แค่นเสียงเย็น ดวงตามังกรเต็มไปด้วยความดุดันและไม่สบอารมณ์ “จะไปสนข้อห้ามอะไรกัน! บุกเข้าไปตรง ๆ ก็สิ้นเรื่อง! ภูเขาเทพสุริยันแค่นี้ กล้าปกป้องศัตรูคู่อาฆาตของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหกของเราหรือ?”
ว่าที่จักรพรรดิอีกคนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์มารฟ้าสวมอาภรณ์ดำ ไอปราณมารแผ่ซ่านรอบกาย เขาหัวเราะเสียงเย็นชวนขนลุก “สหายอ้าวซาพูดได้ถูกต้อง พวกเรารับบัญชาจากมหาจักรพรรดิของแต่ละสำนักให้มาตรวจสอบ หากอาจารย์กับศิษย์ทั้งสามซ่อนตัวอยู่ที่นี่จริง ก็จับกุมพวกมันเสียพร้อมกัน! หากเผ่าสุริยันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง หึ ต่อให้เปลี่ยนเจ้าของภูเขาเทพสุริยันแห่งนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้!”
