“แค่ก ๆ... พรวด...”
อู๋เทียนสงกระอักเลือดสีแดงฉานออกมาคำหนึ่ง ยังไม่ทันลุกขึ้นยืน
ก็เห็นหลี่เทียนหยวนค่อย ๆ เดินเข้ามา พร้อมรอยยิ้มชวนขบขันบนใบหน้า
“ข้าเป็นผู้อาวุโสแห่งสำนักกระบี่มาร หากเจ้ากล้าฆ่าข้า สำนักกระบี่มารทั้งสำนักจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!”
เมื่อเห็นท่าทีของหลี่เทียนหยวน อู๋เทียนสงก็พลันลนลาน รีบยกเบื้องหลังของตนขึ้นมาข่มขู่ ท่าทางโอหังสมฐานะผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทวะถ้ำสวรรค์ไม่เหลือแม้แต่น้อย
“สำนักกระบี่มารกระจอกงอกง่อยนั่นนับเป็นสิ่งใด? ยังกล้าดีมาข่มขู่ข้าอีกหรือ?”
หลี่เทียนหยวนหาได้ใส่ใจไม่ เขาแค่นเสียงเย็นชา “ข้าอยากรู้นักว่าหากฆ่าเจ้าแล้ว สำนักกระบี่มารจะทำอะไรข้าได้!”
สิ้นเสียง หลี่เทียนหยวนก็ยกเท้ากระทืบลงมา อกของอู๋เทียนสงพร้อมกับถ้ำสวรรค์ภายในร่างพลันแหลกสลายในพริบตา กลายเป็นละอองโลหิตฟุ้งกระจายทั่วฟ้า
อู๋เทียนสง ผู้อาวุโสแห่งสำนักกระบี่มารผู้ยิ่งใหญ่ สิ้นชีพลงเช่นนี้!
คนตระกูลเย่ต่างเบิกตาค้าง หัวใจเต้นรัว!
นี่คือผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทวะถ้ำสวรรค์เชียวนะ ในรัศมีสามพันลี้รอบนครหลินอัน เขานับเป็นยอดฝีมือชั้นสูงสุดคนหนึ่ง
แต่ยอดฝีมือระดับนี้กลับถูกคนซัดจนล้มลงด้วยกระบวนท่าเดียว ก่อนจะถูกเหยียบตายราวกับสุนัขตัวหนึ่ง
เหตุการณ์เช่นนี้จะไม่ทำให้ผู้คนตื่นตะลึงและหวาดผวาได้อย่างไร!
ชั่วขณะนั้น สายตาที่คนตระกูลเย่มองหลี่เทียนหยวน นอกจากความตกตะลึงแล้ว ยังเจือความยำเกรงขึ้นมาอีกหลายส่วน
ก่อนหน้านี้พวกเขาคาดเดาว่าอาจารย์ของเย่เฉินผู้นี้คงแข็งแกร่งมาก แต่ไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะทรงพลังถึงเพียงนี้
ส่วนคนตระกูลซ่งกับซ่งเทียนฮ่าวต่างมองหลี่เทียนหยวนราวกับเห็นผี
บัดนี้พวกเขารู้แล้วว่าได้ล่วงเกินตัวตนที่ไม่อาจหาเรื่องได้อย่างเด็ดขาด
หลังสังหารอู๋เทียนสง หลี่เทียนหยวนปัดมือสองสามครั้ง ก่อนกล่าวอย่างสงบนิ่งว่า “ศิษย์รัก จงสังหารผู้บุกรุกที่มาวันนี้ให้หมด อย่าให้หนีไปได้แม้แต่คนเดียว”
“จำไว้ ความเมตตาต่อศัตรู คือความโหดร้ายต่อตนเอง!”
