“ฮิ ๆ ศิษย์พี่มู่หรงอย่าเพิ่งร้อนใจไป ท่านอาจารย์ออกไปนานแล้ว คำนวณดูจากเวลา อีกไม่นานก็คงกลับมา ถึงตอนนั้นศิษย์พี่ก็จะได้ยลโฉมท่านแล้ว”
เจียงเยว่หลีกะพริบดวงตาคู่งาม พลางยิ้มกล่าวว่า “อีกอย่างนะศิษย์พี่มู่หรง หากได้เห็นหน้าท่านอาจารย์ของข้าเมื่อไร รับรองว่าต้องตกตะลึงแน่!”
“โอ้ คำพูดของศิษย์น้องเจียงหมายความว่าอย่างไรหรือ?”
คำพูดช่วงท้ายของเจียงเยว่หลีทำให้มู่หรงหมิงเยว่ชะงักงัน นางไม่เข้าใจว่าการได้เห็นหน้าท่านอาจารย์ของเจียงเยว่หลีจะทำให้นางตกตะลึงได้อย่างไร
หรือว่านางรู้จักเขาอยู่แล้ว?
“ศิษย์พี่มู่หรงคงคิดว่าผู้สูงส่งเช่นท่านอาจารย์ของข้า ย่อมต้องมีท่วงท่าสง่างามดุจเซียน เป็นผู้อาวุโสผมขาวโพลนกระมัง?”
เจียงเยว่หลีแลบลิ้นอย่างทะเล้น
“หรือไม่ใช่เช่นนั้น?”
มู่หรงหมิงเยว่ชะงักเล็กน้อย สีหน้าเต็มไปด้วยความฉงน
“ไม่ใช่แน่นอน!”
เจียงเยว่หลีส่ายหน้ากล่าวว่า “ท่านอาจารย์ของข้ายังหนุ่มมาก คาดว่าอายุคงไล่เลี่ยกับศิษย์พี่”
“อะไรนะ? ท่านอาจารย์ของเจ้ามีอายุพอ ๆ กับข้าหรือ?”
มู่หรงหมิงเยว่เบิกตางามกว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความตะลึง นี่จะเป็นไปได้อย่างไร?
นางเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียวตั้งแต่อายุ 12 ปี จนถึงวันนี้เพิ่งบำเพ็ญมาไม่ถึง 20 ปี นับว่ายังเยาว์วัยอย่างยิ่ง
เมื่อเทียบกับอายุขัยอันยืนยาวของผู้บำเพ็ญเพียร ช่วงเวลาเพียงเท่านี้ก็เป็นแค่หยดน้ำในมหาสมุทร
เหตุที่นางมีพลังบำเพ็ญถึงขั้นแปรเทวะถ้ำสวรรค์ขั้นสมบูรณ์ ก็เพราะนางเป็นนักบุญหญิงแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียว มีฐานะสูงส่งเหนือผู้ใด อีกทั้งยังได้รับทรัพยากรสนับสนุนอย่างไร้ขีดจำกัด
