“ฮ่า ๆ ๆ! แตกแล้ว! เงากระบี่จักรพรรดิสวรรค์หลิงเซียวแตกสลายแล้ว!”
“ชนะแล้ว! พวกเราชนะแล้ว!”
“ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียวก็มีดีแค่นี้! นับจากวันนี้ แคว้นหลีต้องยกให้รังบรรพมังกรเป็นใหญ่!”
“ศาสตราจักรพรรดิทั้งห้าชิ้นผนึกกำลัง ใครจะต้านทานได้? นี่แหละจุดจบของการเป็นศัตรูกับพวกเรา!”
“ยังคิดจะบรรลุเป็นจักรพรรดิอีกหรือ ฝันกลางวันชัด ๆ”
เสียงโห่ร้องยินดีและเสียงหัวเราะลั่นของกองทัพพันธมิตรดังกึกก้องสะเทือนฟ้าดิน
บนรถศึกโบราณของรังบรรพมังกร จักรพรรดิมังกรหัวเราะเสียงดังสนั่นไปทั่วจักรวาล เสียงหัวเราะนั้นเจือความลำพองใจและโหดเหี้ยมของผู้ที่กุมชัยชนะไว้ในมือ
เขาถือง้าวมังกรป่า ปลายง้าวชี้ไปยังค่ายกลดารารอบฟ้าด้านล่างซึ่งแสงริบหรี่และสั่นคลอนใกล้พังทลาย ดวงตามังกรเปล่งประกายสีทองเจิดจ้าดุจตะวัน “หวังฉางเซิง! ไท่เสวียน! พวกเจ้าจะเอาอะไรมาต้านอีก? รีบเปิดค่ายกลแล้วคุกเข่าขอชีวิตเสีย บางทีข้าอาจเหลือสายเลือดสืบทอดไว้ให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียวของพวกเจ้าสักสองสามสาย!”
ข้างกายเขา ราชันมังกรไท่ซวีประคองตราประทับหมื่นมังกร แม้ใบหน้าจะซีดเซียวอยู่บ้างเพราะการกระตุ้นศาสตราจักรพรรดิเมื่อครู่สิ้นเปลืองพลังมหาศาล ทว่าดวงตากลับเป็นประกายเย็นชา ขณะมองลงมายังดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียวที่ตกอยู่ในสภาพไม่ต่างจากสัตว์ร้ายจนมุม
เงามังกรวนเวียนอยู่บนตราประทับหมื่นมังกร ปลดปล่อยแรงกดดันที่ข่มขวัญสวรรค์ทั้งปวง
เมฆมารเหนือสถานที่ซึ่งประมุขดินแดนศักดิ์สิทธิ์มารฟ้าประทับอยู่พลันม้วนตัว เสียงเย็นเยียบดังตามมา
“สหายจักรพรรดิมังกรกล่าวผิดแล้ว ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียวสืบทอดมานับหมื่นปี รากฐานลึกล้ำ คัมภีร์วิชาและสมบัติล้ำค่าจากฟ้าดินที่สะสมไว้จะปล่อยให้สูญเปล่าได้อย่างไร? ในความเห็นข้า เราควรบุกทำลายค่ายกลให้สิ้นซาก แล้วริบเอาทรัพย์สมบัติทั้งหมดมา จึงจะสมกับฝีมือของพวกเรา”
