ชั่วขณะที่ทะลุผ่านกำแพงแสงดารา ความรู้สึกแปรเปลี่ยนมิติอย่างรุนแรงก็ถาโถมเข้ามา ราวกับทั้งร่างถูกโยนเข้าสู่กระแสน้ำวนแห่งธารดาราที่หมุนคว้างด้วยความเร็วสูง
เจียงเยว่หลีประคองร่างให้มั่นคง จิตกระบี่ไท่ซวีส่งเสียงกังวานแผ่วเบาในทะเลจิต คลื่นไร้รูปร่างแผ่กระจายออกไปเป็นวง ขจัดความรู้สึกไม่สบายเมื่อครู่จนหมดสิ้น
ภาพเบื้องหน้าพลันเปิดกว้าง ทว่ากลับมิใช่หอชมทิวทัศน์หรือตำหนักเซียนอย่างที่จินตนาการไว้ หากเป็นห้วงมิติพิสดารกว้างใหญ่ไพศาล แสงสีวิปลาสน่าตื่นตา
ใต้ฝ่าเท้ามิใช่พื้นดิน หากเป็นเส้นทางมายาที่ก่อร่างจากจุดแสงดวงดาวนับไม่ถ้วน คดเคี้ยววกวนทอดลึกเข้าไปในม่านหมอก
รอบด้าน เสาศิลาดาราขนาดมหึมาหักโค่นและลอยคว้างอยู่ในห้วงสุญญตา พื้นผิวเต็มไปด้วยภาพสลักโบราณเลือนราง
ไกลออกไปมีม่านแสงบิดเบี้ยวเป็นผืน ๆ สีสันแปรเปลี่ยนไม่แน่นอน บ้างปรากฏเป็นเนบิวลางดงามตระการตา บ้างแปรเปลี่ยนเป็นวังวนความโกลาหลอันตราย แผ่ระลอกพลังที่ทำให้ผู้คนใจสั่น
ในห้วงสุญญตา รอยแยกสีเงินปรากฏขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียงเป็นครั้งคราว ก่อนจะสลายหายไป นั่นคือรอยแยกมิติที่ไม่มั่นคงอย่างยิ่ง เพียงสิ่งใดแตะต้องก็อาจถูกฉีกกระชากจนกลายเป็นความว่างเปล่า
อากาศอบอวลด้วยพลังแห่งดวงดาวบริสุทธิ์ แต่คลุ้มคลั่ง อีกทั้งยังแฝงกลิ่นอายเงียบงันอ้างว้างประหนึ่งดำรงอยู่มานับหมื่นยุค
ที่น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่านั้นคือ ห้วงมิติทั้งผืนถูกปกคลุมด้วยค่ายกลผนึกโบราณซ้อนทับกันนับไม่ถ้วน ทุกย่างก้าวอาจกระตุ้นหายนะสังหารที่ไม่อาจคาดเดา
“อ๊าก—!” เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นฉับพลัน ทำลายความเงียบงันในคราแรก
ผู้บำเพ็ญอิสระคนหนึ่งพุ่งเร็วเกินไป จึงเผลอกระตุ้นลวดลายค่ายกลดาราที่ซ่อนอยู่ริมทางโบราณ
ชั่วพริบตา คมแสงทำลายล้างหลายสายซึ่งก่อเกิดจากแสงดาวที่ควบแน่นถึงขีดสุดพลันปรากฏขึ้นกลางอากาศ ฟาดฟันตัดผ่านกัน! ชายผู้นั้นยังไม่ทันยกแสงวิญญาณคุ้มกายขึ้นป้องกัน ร่างก็ถูกหั่นเป็นชิ้น ๆ โลหิตและเครื่องในกระจายเกลื่อนพื้น ก่อนจะถูกทางโบราณกลืนกินหายไปไร้ร่องรอย
“ระวัง! นั่นคือค่ายกลสังหารดาราโบราณ!” ใครคนหนึ่งร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนก
