หลงอ้าวเทียนซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ สูดหายใจลึก พยายามสงบสติอารมณ์
เขารู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาหุนหันพลันแล่น เย่เฉินไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว หากลงมือโดยไม่ไตร่ตรอง เกรงว่าตนคงไม่ได้พบจุดจบที่ดีแน่
“หึ อย่าเพิ่งได้ใจไปนัก ในจวนเซียนแห่งนี้มีวาสนาอยู่มากมาย ใครจะเป็นผู้หัวเราะเป็นคนสุดท้ายก็ยังไม่แน่!”
เขาแค่นเสียงเย็นชา พยายามกอบกู้หน้าตากลับคืนมาบ้าง
เย่เฉินหัวเราะเสียงดัง เสียงหัวเราะเต็มไปด้วยความมั่นใจและความองอาจ “ดี ข้าจะรอดู หวังว่าถึงตอนนั้นพวกเจ้าคงไม่เอาแต่คุยโวเหมือนตอนนี้ ไม่เช่นนั้นคงน่าเบื่อแย่”
สีหน้าของหลงอ้าวเทียนเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีด เขาโกรธคำพูดของเย่เฉินจนตัวสั่นไปทั้งร่าง ทว่ากลับทำอะไรไม่ได้
คนอื่น ๆ ก็โกรธคำพูดของเย่เฉินไม่น้อย แต่ต่างรู้ดีว่าพลังของเย่เฉินเพิ่มพูนขึ้นอย่างมากในยามนี้ เกรงว่าจะรับมือได้ยากยิ่ง
ขณะที่ทุกคนถูกเย่เฉินยั่วจนโกรธแทบควันออกหูแต่กลับทำอะไรไม่ได้ พลันเกิดความเปลี่ยนแปลงรุนแรงขึ้นทั่วฟ้าดิน
จวนเซียนไท่หยวนทั้งจวนราวกับถูกมือยักษ์ไร้รูปร่างกวนปั่น มิติเริ่มบิดเบี้ยวและสั่นสะเทือน ตามมาด้วยเสียงครืนต่ำ ๆ ดังระงม
แสงสีขาวเจิดจ้าส่องสว่างขึ้นบนร่างของทุกคน แสงนั้นอ่อนโยนแต่เปี่ยมด้วยพลัง ห่อหุ้มร่างของพวกเขาไว้อย่างแน่นหนา
เมื่อเห็นภาพนี้ ทุกคนต่างมีประสบการณ์มาก่อน จึงไม่ได้ตื่นตระหนก
พวกเขารู้ดีว่าการทดสอบด่านนี้ผ่านแล้ว และกำลังจะถูกส่งออกไป
เป็นดังนั้นจริง ๆ หลังเกิดอาการฟ้าดินหมุนคว้าง ทุกคนรู้สึกเพียงว่าแสงวาบผ่านตา จากนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นบนลานกว้างแห่งหนึ่ง
