ตงโจว!
สองคำนี้ผุดขึ้นในห้วงความคิด พลันก่อคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำในใจนาง
นั่นคือสถานที่ที่นางถือกำเนิด เป็นที่ซึ่งวัยเยาว์ของนางเคยมีความอบอุ่นเพียงชั่วครู่และความเจ็บปวดอันไม่รู้สิ้น เป็นที่ตั้งของตระกูลเจียง และเป็น...ต้นตอแห่งความแค้นทั้งหมดของนาง!
เศษเสี้ยวความทรงจำมากมายที่ถูกฝังกลบไว้อย่างจงใจพรั่งพรูเข้ามา ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอ่อนโยนของมารดา แผ่นหลังกว้างของบิดา... จากนั้นก็ตามมาด้วยสายตาเย็นชา การขับไล่อย่างไร้ปรานี คำเยาะเย้ยของคนในตระกูล ความหนาวเหน็บเสียดกระดูกของคุกน้ำแข็ง... และท้ายที่สุด ภาพใบหน้าของเจียงหลานที่ดูบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้เดียงสา ทว่าแท้จริงกลับเสแสร้งถึงที่สุด รวมถึงสายตาหยิ่งผยองของเจียงหวยอัน ประมุขตระกูลเจียง ผู้ประหนึ่งควบคุมทุกสิ่งและมองนางเป็นเพียงมดปลวก!
ความเกลียดชัง ความโกรธ ความเย็นชา และจิตสังหาร... อารมณ์นานัปการกัดกินหัวใจนางประหนึ่งอสรพิษ
แต่ไม่นาน นางก็กดข่มอารมณ์รุนแรงเหล่านั้นลงอย่างฝืนใจ แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและแน่วแน่ถึงขีดสุด
กลับบ้านเกิดแล้วหวั่นใจหรือ? อาจมีอยู่บ้าง ทว่าสิ่งที่ลุกโชนอย่างสงบนิ่งในใจนางนั้นคือเปลวเพลิงแห่งการล้างแค้นเสียมากกว่า
“ตงโจว... ตระกูลเจียง... เจียงหลาน...” นางพึมพำเสียงแผ่ว ทุกชื่อแฝงความเย็นเยียบฝังลึกถึงกระดูก “ข้ากลับมาแล้ว”
นางรู้ดีว่า ด้วยอำนาจและสายสืบของตระกูลเจียงแห่งตงโจว หากกลับไปด้วยชื่อจริงและใบหน้าเดิม เกรงว่าไม่นานก็ต้องถูกเปิดโปง
ก่อนจะมีพลังเหนือกว่าอย่างเด็ดขาด นางจำต้องปกปิดตัวตน เร่งเพิ่มพูนพลังอย่างลับ ๆ และรอโอกาสลงมือ
นางลุกขึ้น แยกแยะทิศทาง ก่อนแปรกายเป็นแสงกระบี่ทะยานออกไปนอกโกบีเพลิงชาด
หลายวันต่อมา นางก็มาถึงเมืองโบราณขนาดใหญ่แห่งหนึ่งตรงชายแดนแคว้นหนาน ที่มีค่ายกลส่งข้ามแคว้นตั้งอยู่
หลังจ่ายค่าธรรมเนียมราคาแพง นางก็ก้าวเข้าสู่ค่ายกลส่งตัวที่มุ่งหน้าไปยังตงโจว
หึ่ง!
คลื่นมิติอันรุนแรงโอบล้อมร่างนาง แสงเบื้องหน้าวูบไหว ห้วงเวลาและมิติบิดเบี้ยว
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด ความรู้สึกเมื่อเท้าเหยียบพื้นก็มาถึง สภาพแวดล้อมรอบกายเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง
