สัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างอาจารย์ เจียงเยว่หลีพลันรู้สึกอ่อนระทวยไปทั้งตัว
อ้อมกอดของอาจารย์ช่างอบอุ่นเหลือเกิน!
อยากให้กอดเช่นนี้ไปตลอดจริง ๆ...
นอนอยู่เช่นนั้นราวครึ่งชั่วยาม เปลือกตาของเจียงเยว่หลีก็หนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ ความง่วงงุนถาโถมเข้ามา
เดิมทีนางคิดจะนอนหลับไปทั้งอย่างนี้ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของอาจารย์ ทว่าก็รู้สึกว่าโอกาสดี ๆ เช่นนี้ หากไม่ทำอะไรสักอย่างก็คงน่าเสียดายเกินไป
ดังนั้นนางจึงกัดฟัน ค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้...
ดวงตาคู่กระจ่างใสดุจสายน้ำสารทจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาของอาจารย์
เจียงเยว่หลีกลืนน้ำลาย นางไม่เคยคิดเลยว่าสักวันจะได้มองอาจารย์ในระยะใกล้ถึงเพียงนี้
“อืม...”
กลิ่นอายบุรุษที่คุ้นเคยลอยเข้าปะทะใบหน้า ทำให้เจียงเยว่หลีเคลิบเคลิ้มจนเสียสติไปชั่วขณะ
ในวินาทีนั้น นางรู้สึกว่าต่อให้อาจารย์ตื่นขึ้นมาแล้วตำหนินาง ก็ถือว่าคุ้มค่า!
เจียงเยว่หลีค่อย ๆ โน้มเข้าไปหา หลี่เทียนหยวน ริมฝีปากเล็กสีแดงระเรื่อของนางขยับเข้าใกล้มุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยของอาจารย์ ก่อนประทับจูบลงไปในที่สุด
สัมผัสอุณหภูมิจากริมฝีปากของอาจารย์แล้ว นางก็อดเคลิบเคลิ้มไม่ได้
ริมฝีปากของอาจารย์นุ่มนวลราวกับปุยสายไหม ทั้งนุ่มทั้งละมุน
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด เจียงเยว่หลีจึงยอมผละออกมาอย่างอาลัยอาวรณ์
เวลานี้ร่างกายของนางอ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรง ราวกับจุมพิตเมื่อครู่สูบพลังทั้งหมดไปจนหมดสิ้น
