ระหว่างเดินเล่นไปทั่วเมือง หลี่เทียนหยวนก็เปิดหน้าต่างระบบไปพลาง ตรวจดูข้อมูลของผู้คนที่เดินผ่านไปมาด้วย
[ชื่อ: หานลี่]
[ระดับบำเพ็ญ: มหามรรคโอสถทอง]
[พรสวรรค์: B]
[ความเข้าใจ: ทั่วไป]
[สรุป: เป็นเพียงปุถุชนสามัญที่สุดในโลกบำเพ็ญเซียน ต่อให้ฝึกฝนอย่างหนักตลอดชีวิต ก็ยังนับว่าไม่เลวหากก้าวเข้าสู่ขั้นแปรเทวะถ้ำสวรรค์ได้]
[ชื่อ: เถียนหลิงเอ๋อร์]
[ระดับบำเพ็ญ: วิญญาณก่อกำเนิดคืนสู่หนึ่ง]
[พรสวรรค์: A]
[ความเข้าใจ: ปานกลาง]
[สรุป: อัจฉริยะที่มีพรสวรรค์อยู่บ้าง หากมีวาสนาอีกเล็กน้อย ก็อาจมีโอกาสได้ก้าวขึ้นเป็นผู้ยิ่งใหญ่ขั้นเทียนเหริน ทว่าสุดท้ายก็ยังต้องเลือนหายไปในธุลีดิน]
[ชื่อ: ฟางหาน]
......
เมื่อไล่ดูข้อมูลของผู้คนทีละคน หลี่เทียนหยวนก็อดส่ายหน้าไม่ได้
ดูท่าคนธรรมดาจะมีอยู่มากที่สุดในโลกจริง ๆ ผู้มีพรสวรรค์โดดเด่นนั้นหาได้ยากยิ่ง ส่วนผู้ที่มีชะตาชีวิตยิ่งหายากประหนึ่งขนหงส์เขากิเลน พบพานได้แต่ไม่อาจแสวงหา
“อยากหาศิษย์คนที่สี่ให้ได้ ช่างเป็นภารกิจที่หนักหนาเสียจริง”
หลี่เทียนหยวนถอนหายใจ พลางทอดถอนใจอยู่ในใจเงียบ ๆ
ทว่าในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีแสงสีทองสายหนึ่งปรากฏขึ้นในหางตา
มันเจิดจ้าสะดุดตาไม่ต่างจากตอนที่หลี่เทียนหยวนเห็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ SSS ก่อนหน้านี้
หลี่เทียนหยวนเผยสีหน้ายินดี รีบเพ่งมองทันที ทว่าสิ่งที่เห็นกลับทำให้เขาผิดหวัง แสงสีทองสายนั้นวูบไหวเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะหายลับไปอย่างไร้ร่องรอย
“หายไปแล้ว?”
หลี่เทียนหยวนขมวดคิ้ว มองไปยังจุดที่แสงสีทองหายไปอีกครั้งอย่างไม่ยอมแพ้
