ในเวลาเดียวกัน เจียงเหอกระอักเลือด ร่างกระเด็นถอยหลังออกไป ใบหน้าซีดขาว
เขาเงยหน้าขึ้น มองไปทางดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียวด้วยความตื่นตระหนก
เห็นเพียงเงาร่างหนึ่งเหยียบย่างกลางอากาศเข้ามา เสื้อคลุมดำโบกสะบัด พลังอำนาจอันเกรียงไกรแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ทุกย่างก้าวของเขาทำให้มิติสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับโลกทั้งใบกำลังสั่นไหวไปตามฝีเท้าของเขา
“ผู้อาวุโสหวังมาแล้ว!”
“ฮ่า ๆ ๆ ดีเหลือเกิน!”
……
เหล่าศิษย์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียวมองผู้มาใหม่ พลางโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น ความหวังและความรู้สึกปลอดภัยอันแรงกล้าผุดขึ้นในใจ
หวังฉางเซิงลงถึงพื้นแล้วก็หันไปมองเงามหาจักรพรรดิที่กำลังต่อสู้กับหลี่เทียนหยวน แววตาของเขาวาวโรจน์ด้วยแสงเย็นเยียบถึงขีดสุด จิตสังหารแผ่ซ่านไปทั่ว
สายตาของเขาเลื่อนออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปมองเจียงเหอกับพวก
“พวกเจ้าสมควรถูกประหาร!”
หวังฉางเซิงกวาดตามองเจียงเหอและคนอื่น ๆ อย่างเย็นชา วาจาไร้อารมณ์กึกก้องขึ้นสู่เวหา ทำให้ทุกคนรู้สึกหนาวสะท้านในใจ
“ท่านคือหวังฉางเซิง ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียวหรือ?”
เจียงเทียนฮ่าวมองหวังฉางเซิง รูม่านตาหดแคบลงเล็กน้อย ก่อนถามเสียงขรึม
“หึ ๆ ข้าเป็นใครไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือพวกเจ้ากล้ามาก่อเรื่องถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียวของข้า วันนี้พวกเจ้าต้องตายอยู่ที่นี่!”
มุมปากของหวังฉางเซิงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ
ช่างหัวสกุลใหญ่ยุคบรรพกาลอะไรของพวกเจ้าเถิด กล้ามาก่อเรื่องที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียว ก็ต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เท่านั้น
สิ้นเสียงของเขา แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวก็ปกคลุมฟ้าดินฉับพลัน เขายกฝ่ามือขึ้นตบออกไปอย่างแผ่วเบา
