“เฮ้อ!”
ครึ่งชั่วยามต่อมา ท่ามกลางสายตาของทุกคน ในที่สุดหลี่เทียนหยวนก็พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาอย่างช้า ๆ ก่อนจะลืมตาขึ้น
ยามนี้ระดับการบำเพ็ญของเขาก้าวหน้าไปอีกขั้น จากขั้นเทียนเหรินช่วงกลางสู่ช่วงปลาย นับเป็นการยกระดับครั้งใหญ่
ขณะเดียวกัน บนร่างของเขายังแผ่กลิ่นอายอันยิ่งใหญ่ของมหาจักรพรรดิ ราวกับราชันผู้สูงส่งเหนือผู้ใด ก้มมองใต้หล้าและทอดสายตาสู่ฟากฟ้า
นี่คือผลจากการหลอมรวมเจตจำนงมหาจักรพรรดิเสี้ยวหนึ่ง แม้จะได้รับพลังเสริมจากเจตจำนงมหาจักรพรรดิเพียงน้อยนิด แต่บารมีที่แผ่ออกมาก็ยังน่าสะพรึงกลัวยิ่ง
ถึงขั้นที่ในสายตาของทุกคน เขาดูมีอำนาจข่มขวัญอย่างยากจะอธิบาย โดยเฉพาะหลังจากหลี่เทียนหยวนซ่อนระดับการบำเพ็ญของตนอีกครั้ง ก็ยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเขาคือมหาจักรพรรดิที่เสด็จลงมาด้วยตนเอง ชวนให้เกิดความยำเกรง
“ดูท่าคราวหน้าคงต้องหาทางกลืนกินพลังของเงามหาจักรพรรดิแห่งตระกูลเจียงให้หมดเสียแล้ว”
หลี่เทียนหยวนสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในตัว พลางพึมพำกับตนเอง
เขารู้ดีว่าคนตระกูลเจียงไม่มีทางยอมเลิกรา ไม่ช้าก็เร็วต้องกลับมาหาเรื่องอีกแน่
“เจ้าหนู เจ้านี่ท้าทายสวรรค์จริง ๆ ถึงกับกลืนกินเงามหาจักรพรรดิได้ นี่เจ้าทำได้อย่างไรกัน?”
ขณะนั้น หวังฉางเซิงเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจไม่น้อย
ระหว่างพูด เขาจ้องหลี่เทียนหยวนไม่วางตา ราวกับอยากค้นหาความลับบางอย่างจากตัวอีกฝ่าย
เมื่อคนอื่น ๆ ได้ยินดังนั้นก็พากันเข้ามารุมล้อม จ้องหลี่เทียนหยวนด้วยสีหน้าใคร่รู้
