เสี่ยวจินกับจินหลิงมองร่างของหลี่เทียนหยวนที่เคลื่อนไหวอย่างสบายอารมณ์ ความตื่นตะลึงและเลื่อมใสเอ่อล้นอยู่ในใจ
แววตาของพวกเขาสะท้อนประกายซับซ้อน ทั้งตกตะลึงในพลังอันแข็งแกร่งของหลี่เทียนหยวน และจนใจกับความอ่อนแอของตนเอง
“นายท่าน ท่าน...ทำได้อย่างไรหรือ?”
เสี่ยวจินถามทั้งหอบ เสียงของมันเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและประหลาดใจ ร่างเล็กจ้อยยิ่งดูอ่อนแอน่าสงสารเมื่อถูกแรงโน้มถ่วงกดทับ
หลี่เทียนหยวนยิ้มบาง ๆ พลางอธิบายว่า “ข้าฝึกฝนเคล็ดวิชาชนิดหนึ่ง ซึ่งช่วยต้านทานแรงโน้มถ่วงได้ พวกเจ้าอย่าเพิ่งกังวล ข้าจะหาทางช่วยเอง”
กล่าวจบ หลี่เทียนหยวนก็โคจรพลังวิญญาณ สร้างเกราะคุ้มกันจาง ๆ คลุมร่างเสี่ยวจินกับจินหลิง หวังบรรเทาแรงโน้มถ่วงที่ทั้งสองต้องแบกรับ
ด้วยความช่วยเหลือของหลี่เทียนหยวน แรงกดดันบนร่างเสี่ยวจินกับจินหลิงบรรเทาลงเล็กน้อย ทว่าทุกย่างก้าวยังคงยากลำบาก
พวกเขารู้ดีว่า หากคิดฝ่าแดนแรงโน้มถ่วงแห่งนี้ไปให้ได้ อาศัยเพียงความช่วยเหลือจากผู้อื่นย่อมไม่พอ ยังต้องพยายามปรับตัวต่อแรงโน้มถ่วงอันน่าสะพรึงกลัวด้วยตนเอง
เสี่ยวจินกับจินหลิงจึงกัดฟันแน่น ค่อย ๆ ขยับไปข้างหน้าทีละก้าว
ร่างของพวกเขาสั่นเทาอยู่ภายใต้แรงกดทับ ทุกครั้งที่ก้าวไปข้างหน้า ต่างสัมผัสได้ว่าร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับแรงโน้มถ่วง พละกำลังก็เพิ่มขึ้นทีละน้อย
ทว่าเมื่อพวกเขาบุกลึกเข้าไปในแดนแรงโน้มถ่วง แรงโน้มถ่วงก็ยิ่งทวีความรุนแรง
แรงโน้มถ่วงที่แต่เดิมเพียงทำให้รู้สึกหนักอึ้ง บัดนี้กลับรุนแรงจนชวนให้สิ้นหวัง
