สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันแข็งแกร่งนี้ เจียงเยว่หลีพลันเงยหน้ามองหลานว่านซาน ดวงตาหงส์งามวูบไหวเล็กน้อย
คนผู้นี้เป็นคู่ต่อสู้ที่รับมือได้ยาก!
แม้เจียงเยว่หลีจะมั่นใจในพลังของตนเองอย่างยิ่ง ทว่านางก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ากลิ่นอายของอีกฝ่ายสูงกว่าจางหยางและคนอื่น ๆ อย่างน้อยสิบเท่า
แววตาของนางพลันคมกริบขึ้น ร่างกายเกร็งแน่น เตรียมพร้อมรับมือกับคู่ต่อสู้
ต่อให้สู้ไม่ไหว นางก็ไม่มีทางหลบหนี เพราะนางต้องรักษาเกียรติของอาจารย์
ขณะที่ศึกใหญ่กำลังจะปะทุขึ้น พลันมีเสียงเย็นเยียบดังมาจากที่ไกล ก่อนกังวานไปทั่วลาน
“ผู้บำเพ็ญมหามรรคโอสถทองขั้นสมบูรณ์อย่างเจ้า ยังคิดจะรังแกศิษย์น้องเจียงที่อยู่เพียงขั้นหยินหยางอีกหรือ?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนต่างหันไปมอง เห็นเพียงเงาร่างงดงามร่างหนึ่งกำลังเยื้องย่างเข้ามาจากที่ไกล
ผู้มาเยือนสวมอาภรณ์สีขาว ผิวพรรณดุจหยก คิ้วตางามราวภาพวาด ดวงตาสุกสกาวเปล่งประกาย ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายเลื่อนลอยเหนือโลกีย์
ชั่วขณะนั้น สายตาของทุกคนพลันถูกเงาร่างงามสะกดไว้
“นั่นนักบุญหญิงหมิงเยว่ นางมาที่นี่ได้อย่างไร แถมยังเดินไปหาหญิงผู้นั้น หรือว่าพวกนางรู้จักกัน?”
ผู้คนรอบข้างมองหญิงสาวที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น พลางซุบซิบกันไม่หยุด แววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ผู้มาเยือนคือมู่หรงหมิงเยว่จริง ๆ
นางรอเจียงเยว่หลีอยู่ที่หอคอยกระบี่ฮ่าวเทียนมาตลอด แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่มาสักที จึงออกตามหา และบังเอิญพบเจียงเยว่หลีกำลังต่อสู้กับจางหยางและคนอื่น ๆ
