เมื่อได้ยินน้ำเสียงหนักแน่นของอาจารย์ มู่หรงหมิงเยว่ก็คลายใจที่แขวนค้างอยู่ลงในที่สุด
นางรู้ว่าอาจารย์ไม่เคยทำสิ่งใดโดยไร้ความมั่นใจ ในเมื่อเขาพูดเช่นนี้ นางก็วางใจได้แล้ว
“คราวนี้ระดับพลังของเจ้าทะลวงขึ้นสองขั้นย่อยติดต่อกัน เมฆาเคราะห์ถูกอาจารย์กดเอาไว้แล้วก็จริง แต่คงกดไว้ได้ไม่นาน รีบไปเตรียมตัวเสีย เตรียมรับทัณฑ์สวรรค์ ถึงเวลานั้นอาจารย์จะคอยคุ้มกันเจ้าเอง”
หลี่เทียนหยวนเอ่ย
“เจ้าค่ะ ศิษย์จะไปเตรียมตัวเดี๋ยวนี้”
มู่หรงหมิงเยว่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า ก่อนเดินออกไปด้านนอก
ทว่าเมื่อนางเพิ่งก้าวพ้นตำหนักหลิงอวิ๋น ก็เห็นเจียงเยว่หลีกำลังเกาะขอบหน้าต่างของตำหนักใหญ่ ดวงตากลมโตจ้องเขม็งเข้าไปข้างใน แก้มแดงระเรื่อ ท่าทางราวกับใจเต้นหวั่นไหว
เมื่อเห็นเช่นนั้น มู่หรงหมิงเยว่ก็เลิกคิ้ว ก่อนเดินเข้าไปตบไหล่เจียงเยว่หลีเบา ๆ
“อุ๊ย!”
เจียงเยว่หลีสะดุ้งตกใจที่จู่ ๆ มู่หรงหมิงเยว่ก็ตบไหล่ นางรีบยกมือกุมอกไว้
“ศิษย์น้อง มาทำอะไรอยู่ตรงนี้หรือ?”
มู่หรงหมิงเยว่ถามพลางยิ้มระรื่น
“มะ...ไม่มีอะไร ข้าแค่อยู่ในห้องแล้วรู้สึกเบื่อ เลยออกมาเดินเล่น...”
เจียงเยว่หลีชะงักไป ก่อนยิ้มเจื่อน ๆ แล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง “เอ่อ ศิษย์พี่ เมื่อครู่ท่านกับอาจารย์ทำอะไรกันอยู่ข้างในหรือ?”
“ข้าได้ศิลาศักดิ์สิทธิ์มหาวิถีมาจากแดนลับหลิงเซียว เลยขอให้อาจารย์ช่วยหลอมมันน่ะ” มู่หรงหมิงเยว่ตอบ
“หลอมศิลาศักดิ์สิทธิ์มหาวิถีหรือ? แล้วเหตุใดต้องใช้ค่ายกลปิดกั้นไว้ด้วยล่ะ?”
“อาจารย์กลัวว่าพลังของศิลาศักดิ์สิทธิ์มหาวิถีจะรั่วไหล ก็เลยปิดกั้นเอาไว้น่ะ”
