หลี่เทียนหยวนมองพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ถาโถมเข้ามา เขาสัมผัสได้ว่าศาสตราเทพในมือจินอู๋จิ้วนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าจักรเทพสุริยันจันทราก่อนหน้านี้หลายเท่า
ทว่าเขากลับไม่หวาดหวั่นหรือถอยหนีแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน จิตต่อสู้กลับลุกโชน เขาอยากรู้ว่าขีดจำกัดของตนอยู่ที่ใด
“เข้ามา!”
หลี่เทียนหยวนแค่นเสียง น้ำเสียงหนักแน่นทรงพลัง ดังกังวานไปทั่วตำหนักเทพสุริยันดุจระฆังยักษ์
มือทั้งสองข้างประสานมุทราอย่างรวดเร็ว พลังวิญญาณในร่างพลุ่งพล่านดุจสายน้ำเชี่ยวกราก หลั่งไหลเข้าสู่ระฆังหุนตุ้นไม่ขาดสาย
ระฆังหุนตุ้นลอยอยู่เหนือศีรษะ แผ่ม่านแสงสีทองหนาหนักออกมาชั้นหนึ่ง ดุจป้อมปราการที่ไม่มีวันพังทลาย คุ้มครองเขาไว้อย่างแน่นหนา
ขณะเดียวกัน กระบี่เซียนสูงสุดทั้งสี่เล่มในมือก็หมุนวนอย่างรวดเร็ว ส่งเสียงกระบี่แหลมกังวาน ราวกับกำลังประกาศศักดาต่อระฆังตงหวง
“เคร้ง!”
พลังของระฆังตงหวงปะทะเข้ากับม่านแสงของระฆังหุนตุ้นอย่างดุเดือด เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนแทบแก้วหูแตก ราวกับจะทำให้จิตวิญญาณของผู้คนแหลกสลาย
แรงปะทะอันมหาศาลทำให้มิติรอบด้านบิดเบี้ยวในพริบตา หลี่เทียนหยวนรู้สึกถึงพลังดุจคลื่นยักษ์ถาโถมเข้ามา ร่างกายถอยหลังไปหลายก้าวอย่างไม่อาจควบคุม พื้นใต้ฝ่าเท้าปรากฏรอยประทับลึก
“อานุภาพของระฆังตงหวงช่างน่าสะพรึงกลัวจริง ๆ!”
หลี่เทียนหยวนลอบอุทานในใจ ทว่าสายตากลับยิ่งแน่วแน่ “แต่คิดจะเอาชนะข้า ยังห่างไกลนัก!”
