“นี่… นี่คือพลังสิบตะวันหรือ?”
เสี่ยวจินค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สัมผัสได้ถึงพลังอันเชี่ยวกรากที่เอ่อล้นอยู่ภายในกาย ในใจเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและยินดี
เขารู้ดีว่า พลังสายเลือดของตนได้ก้าวกระโดดขึ้นอย่างมหาศาล บัดนี้กลายเป็นสุริยันที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของภูเขาเทพสุริยันแล้ว
ขณะเดียวกัน ในชั่วขณะที่เสี่ยวจินทะลวงขั้น ภูเขาเทพสุริยันทั้งลูกก็เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
เปลวเพลิงทั้งมวลราวกับได้รับเสียงเรียกขาน พลันเสียการควบคุม แปรเปลี่ยนเป็นสายฝนเพลิง พุ่งทะยานไปยังตำหนักเทพสุริยัน
ฝนเพลิงเหล่านั้นแฝงไว้ด้วยความร้อนและพลังอันไร้ขอบเขต ทุกแห่งที่เคลื่อนผ่านล้วนถูกเผาไหม้
เหล่าผู้บำเพ็ญแห่งภูเขาเทพสุริยันต่างเห็นปรากฏการณ์ประหลาดนี้แล้วพากันตะลึงงัน ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“รีบดูเร็ว! บนฟ้า! ฟ้าเกิดปรากฏการณ์ประหลาดแล้ว! หมื่นเพลิงสักการะ!”
“เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดจู่ ๆ ถึงมีปรากฏการณ์ประหลาดเช่นนี้ หรือว่าศึกใหญ่ในตำหนักเทพสุริยันจะตัดสินแพ้ชนะแล้ว?”
เหล่าผู้บำเพ็ญในตำหนักเทพสุริยันพากันวิพากษ์วิจารณ์ ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
ยามนี้เมฆเพลิงปกคลุมทั่วขอบฟ้า เปลวไฟประสานสอดไปมา เมฆเพลิงนับไม่ถ้วนเคลื่อนวนอยู่บนท้องฟ้า ปลดปล่อยพลังทำลายล้างออกมา
ภายใต้พลังนี้ ทุกคนต่างมีแววหวาดหวั่นและพรั่นพรึง เพราะสัมผัสได้ถึงอานุภาพสวรรค์อันกว้างใหญ่ไพศาล ราวกับนภากำลังกดทับลงมา จนผู้คนอดคุกเข่าศิโรราบไม่ได้
ขณะที่พวกเขากำลังงุนงง ท้องฟ้าเหนือภูเขาเทพสุริยันก็ปรากฏเงาสุริยันขนาดมหึมาขึ้นอย่างช้า ๆ
ทว่า สุริยันตนนั้นกลับปราศจากบารมีและชีวิตชีวาดังเช่นวันวาน ร่างของมันสั่นสะท้านไม่หยุด ส่งเสียงคร่ำครวญด้วยความอาดูรและไม่ยินยอมออกมาเป็นระลอก
