“ท่านอาจารย์...”
มู่หรงหมิงเยว่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมา
ที่ท่านอาจารย์กล่าวมาก็ถูกต้อง สวรรค์ลิขิตไว้แล้ว ไม่มีผู้ใดเปลี่ยนแปลงได้
แต่ทว่านางกลับไม่รู้ว่าควรอธิบายเรื่องนี้อย่างไร
“หมิงเยว่ อาจารย์รู้ว่าเจ้ากังวลเรื่องใด แต่เรื่องเช่นนี้ เจ้าต้องกล้าเผชิญหน้ากับมัน!”
ผู้อาวุโสเมี่ยวฝ่าเจินเหรินแผ่วเสียงถอนใจ น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความรักและเอ็นดู
“ในเมื่อเจ้าไม่กล้าเอ่ยปาก เช่นนั้นอาจารย์จะช่วยพูดให้เอง”
“อาจารย์ถึงขั้นให้หลี่เทียนหยวนเข้าร่วมตำหนักเซียนยุทธ์ของพวกเราได้ อย่างไรเสีย ได้ยินว่ายอดเขากระบี่หลิงอวิ๋นของเขาก็กำลังจะถูกยุบแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ให้เขามาเป็นผู้อาวุโสของตำหนักเซียนยุทธ์เราเสียเลย!”
“เช่นนี้พวกเจ้าสองคนก็จะได้สานสัมพันธ์กันให้มากขึ้น บางทีอาจช่วยกระตุ้นศักยภาพทั้งหมดในกายเจ้าได้ในเร็ววัน!”
“เอ่อ ท่านอาจารย์ แบบนี้ไม่ดีมั้งเจ้าคะ อีกอย่างประมุขยอดเขาหลี่ก็ไม่ได้...”
มู่หรงหมิงเยว่ได้ยินอาจารย์กล่าวเช่นนั้นก็ส่ายหน้า ทว่ายังไม่ทันพูดจบ เมี่ยวฝ่าเจินเหรินก็ขัดขึ้นเสียก่อน
“ไม่ต้องพูดว่าไม่ดีแล้ว ทำตามที่อาจารย์บอกก็พอ”
เมี่ยวฝ่าเจินเหรินโบกมือเป็นเชิงบอกให้มู่หรงหมิงเยว่ไม่ต้องคิดมาก ทุกอย่างปล่อยให้นางจัดการ
แม้ในสายตาของนาง พลังบำเพ็ญของหลี่เทียนหยวนจะไม่นับเป็นอะไร แต่เรื่องของศิษย์นาง นางย่อมต้องใส่ใจให้มากหน่อย
หากมู่หรงหมิงเยว่ปลุกโชควาสนาที่ซ่อนเร้นอยู่ในกายให้ตื่นขึ้นได้ พรสวรรค์ คุณสมบัติทางกาย และความเข้าใจของนางก็จะยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ภายหน้าต้องเป็นผู้โดดเด่นที่สุดในดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียวอย่างแน่นอน
