“เช่นนั้นก็หมายความว่าอาจารย์ผิดเองหรือ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของมู่หรงหมิงเยว่ เมี่ยวฝ่าเจินเหรินก็แสร้งทำเป็นโกรธ
“เด็กน้อยอย่างเจ้านี่ ข้ารู้สึกว่าตอนนี้เจ้าชักจะเข้าข้างคนนอกเสียแล้ว ถึงกับเริ่มพูดแทนหลี่เทียนหยวน”
“อาจารย์ใส่ร้ายศิษย์แล้ว ศิษย์ไม่ได้ทำเช่นนั้นเสียหน่อย!”
มู่หรงหมิงเยว่รีบปฏิเสธ ทว่าภายในใจกลับแอบยิ้ม
เมื่อเห็นท่าทางของศิษย์ตน เมี่ยวฝ่าเจินเหรินก็แค่นเสียงเบา ๆ
“ฮึ หากให้ข้าพูด หลี่เทียนหยวนก็คงไม่ได้เรื่องเท่าใดนัก มีสมบัติล้ำค่าเช่นนี้อยู่แท้ ๆ กลับไม่อาจทำให้ยอดเขากระบี่หลิงอวิ๋นรุ่งเรืองได้ ช่างน่าอับอายนัก”
แม้เรื่องนี้จะชวนตื่นตะลึง แต่ในสายตาของนาง การสืบทอดแห่งหนึ่งมีทั้งต้นชาตรัสรู้และสมบัติล้ำค่าระดับสุดยอดอย่างสมบัติสวรรค์เสวียนเทียน กลับยังไม่อาจขยายใหญ่โตได้ นั่นย่อมแสดงว่าความสามารถของประมุขยอดเขาผู้นั้นคงไม่เอาไหนเป็นแน่
เมื่อได้ยินเช่นนี้ มู่หรงหมิงเยว่ก็ไม่รู้จะโต้แย้งอย่างไร
ตอนนี้นางรู้แล้วว่าอาจารย์ดูจะไม่ค่อยมีความรู้สึกที่ดีต่อหลี่เทียนหยวน แต่เรื่องนี้นางก็เข้าใจได้ เพราะเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ก่อนหน้านี้ ฐานะของยอดเขากระบี่หลิงอวิ๋นในบรรดาสามสิบหกยอดเขาล่างของดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้น ไม่สู้ดีนักจริง ๆ
แต่นางเชื่อว่าเมื่ออาจารย์ได้พบประมุขหลี่ในอีกครู่ ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป
ขณะที่นางกำลังคิดเช่นนั้น เจียงเยว่หลีกับเย่เฉินซึ่งเพิ่งฝึกฝนเสร็จก็เดินออกมาจากลานเรือนพอดี
เมื่อเห็นมู่หรงหมิงเยว่อยู่ไม่ไกล ทั้งสองก็เดินเข้ามา ทักทายนางก่อน จากนั้นจึงมองเมี่ยวฝ่าเจินเหรินที่อยู่ข้าง ๆ อย่างสงสัยแล้วเอ่ยถาม
