“ผู้อาวุโสเมี่ยวฝ่า เหตุใดท่านจึงไม่ลงเดิมพัน หรือคิดว่าหมิงเยว่ไม่มีฝีมือพอจะคว้าชัย?”
ตู้เอ๋อเจินเหรินเห็นเมี่ยวฝ่าเจินเหรินนั่งนิ่งอยู่ข้างกาย ไม่เอ่ยวาจามาเนิ่นนาน จึงอดกล่าวขึ้นไม่ได้
“ใช่แล้ว ผู้อาวุโสเมี่ยวฝ่า หรือท่านไม่มั่นใจในตัวหมิงเยว่?”
“แม้หมิงเยว่จะออกจากสำนักไปแล้ว แต่นางก็เป็นศิษย์ที่ท่านเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก ท่านย่อมรู้จักฝีมือของนางดีอยู่แล้ว!”
คนอื่น ๆ ต่างหัวเราะพลางเอ่ยเสริม
“พวกเจ้าพวกนี้ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ ที่แท้ก็หมายตาโอสถสวรรค์เก้าหมุนของข้าอยู่นั่นเอง”
เมี่ยวฝ่าเจินเหรินฟังคำพูดของคนอื่น ๆ แล้วมุมตาก็กระตุกอย่างแรง ก่อนกล่าวอย่างไม่ไว้หน้า
“ผู้อาวุโสเมี่ยวฝ่าพูดอะไรกัน พวกเราจะหมายตาของล้ำค่าของท่านได้อย่างไร เพียงแต่เห็นว่าหมิงเยว่เองก็มีโอกาสคว้าอันดับหนึ่งในการทดสอบหลิงเซียว ทว่าตอนนี้กลับไม่มีใครลงเดิมพันให้นาง ข้าเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้”
อวี้ซวีจื่อแสร้งส่ายหน้าอย่างมีท่าที
เขามั่นใจในฝีมือของศิษย์ตนเต็มเปี่ยม จึงย่อมหวังให้คนเข้าร่วมวงพนันมากขึ้น จะได้คว้าของวิเศษมาให้มากกว่าเดิม
“นั่นสิ ข้าได้ยินว่าช่วงนี้หมิงเยว่ทะลวงถึงขั้นนิพพานคืนชีพแล้ว คิดว่าครั้งนี้นางคงมีโอกาสชิงอันดับหนึ่งในการทดสอบหลิงเซียวเช่นกัน”
“ผู้อาวุโสเมี่ยวฝ่า ลองเพิ่มของเดิมพันสักหน่อย เพื่อช่วยส่งแรงใจให้หมิงเยว่เถิด”
“ใช่แล้ว หากหมิงเยว่คว้าอันดับหนึ่งในการทดสอบหลิงเซียวครั้งนี้ได้ สำหรับศิษย์พี่เมี่ยวฝ่าก็นับว่าได้เชิดหน้าชูตาแล้ว”
คนอื่น ๆ ต่างพากันคล้อยตาม
