ในเวลานั้นเอง!
ครืน!
เหนือยอดวิหาร พลันมีเสียงดังกึกก้องราวกับฟ้าดินแรกกำเนิด!
มหาวิหารไท่หยวนทั้งหลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
ใจกลางแท่นบูชาทั้งเก้า พลันปรากฏลำแสงเจิดจ้าประจำแท่น พวยพุ่งขึ้นมาอีกครั้งจนควบแน่นเป็นรูปธรรม!
ชั่วพริบตา ลำแสงเก้าสีต่างเฉดหนาราวเสาค้ำฟ้าก็ระเบิดออกจากใจกลางแท่นบูชาแต่ละแห่ง ก่อนพุ่งชน ถักทอ และหลอมรวมกันอย่างรุนแรง ณ จุดเชื่อมต่อของมิติบนเพดานมหาวิหาร!
“ครืน ๆ ๆ!”
เสียงกึกก้องประหนึ่งฟ้าดินแรกกำเนิดสะเทือนถึงวิญญาณของทุกคน
กลิ่นอายอันกว้างใหญ่ เก่าแก่ และทรงอำนาจไร้ขอบเขต แผ่พัดลงมาจากจุดปะทะ ปกคลุมทั่วทั้งมหาวิหาร
ภายใต้สายตาตื่นตะลึงของทุกคน ณ จุดที่แสงเทพเก้าสีบรรจบกัน ม้วนภาพอันโอฬารเกินจินตนาการก็ค่อย ๆ คลี่ออก
นั่นมิใช่ภาพวาด มิใช่ภาพลวงตา หากเป็นวัตถุจริง!
กลางห้วงมิติ ดวงดาวนับไม่ถ้วนสาดประกายแสงเจิดจ้า ลวดลายเต๋านับร้อยล้านสายซึ่งไหลเวียนด้วยพลังแห่งกฎเกณฑ์แตกต่างกัน ก่อเกิดเป็นกรอบกระดานหมากที่มีเส้นแนวตั้งและแนวนอนอย่างละ 19 เส้น
กระดานหมากนี้ใหญ่โตมโหฬาร แทบยึดครองพื้นที่เหนือมหาวิหารทั้งหมด แผ่กลิ่นอายเต๋าไร้สิ้นสุดประหนึ่งบรรจุสรรพสิ่งและวิวัฒน์ฟ้าดินไว้ภายใน
บนกระดานมิใช่หมากสีขาวดำที่เป็นวัตถุจริง หากเป็นลูกแสงดวงแล้วดวงเล่าซึ่งควบแน่นจากกฎเกณฑ์ต้นกำเนิดอันแตกต่าง มีรูปร่างคล้ายดวงดาวขนาดย่อม
หมากขาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง แผ่รัศมีดุจดวงตะวันสาดส่องทั่วหล้า ส่วนหมากดำลึกล้ำยากหยั่งถึง ราวกับวังวนห้วงเหวลึก
ปลายทั้งสองด้านของกระดาน มิติพลันบิดเบี้ยว เผยให้เห็นอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตสีดำและสีขาว คล้ายเป็นตัวแทนของพลังต้นกำเนิดอันสุดขั้วทั้งสองขั้ว
