“ท่านอาจารย์ เหตุใดท่านจึงรับข้าเป็นศิษย์?”
หลังจากนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ถานไถเสินซีก็อดเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งไม่ได้ น้ำเสียงเจือแววสงสัยอยู่เล็กน้อย
คำถามนี้วนเวียนอยู่ในใจนางมาโดยตลอด ตั้งแต่แรกพบ ท่านอาจารย์ก็ต้องการรับนางเป็นศิษย์ เรื่องนี้นางพอเข้าใจได้ เพราะทั้งพลังฝีมือและพรสวรรค์ของนางล้วนโดดเด่นยิ่ง ท่านอาจารย์เห็นศักยภาพในตัวนางก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผล
แต่หลังจากทราบตัวตนที่แท้จริงของนางแล้ว ท่านอาจารย์ยังยืนกรานให้นางกราบเป็นศิษย์ ทั้งยังไม่ลังเลที่จะเป็นศัตรูกับภูเขาหมื่นปีศาจ เรื่องนี้ทำให้นางไม่เข้าใจอย่างยิ่ง
ถึงอย่างไร ด้วยพลังฝีมือและขอบเขตพลังของท่านอาจารย์ ดูเหมือนท่านไม่จำเป็นต้องอาศัยตัวตนหรืออำนาจของนางเพื่อบรรลุจุดประสงค์ใด
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เทียนหยวนก็ยิ้มบาง ๆ แววตาลุ่มลึก ก่อนกล่าวช้า ๆ ว่า “เพราะวาสนานำพา”
“วาสนาหรือเจ้าคะ?”
ถานไถเสินซีขมวดคิ้วเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าคำตอบนี้ทำให้นางประหลาดใจ
หลี่เทียนหยวนพยักหน้า ก่อนกล่าวต่อว่า “ผู้บำเพ็ญย่อมให้ความสำคัญกับวาสนา เจ้ามีวาสนากับข้า ข้าจึงรับเจ้าเป็นศิษย์ ส่วนเหตุใดจึงเป็นเจ้า บางทีอาจเป็นเพราะมรรคาของเจ้ายังไม่สมบูรณ์ และบังเอิญข้าพอจะชี้แนะเจ้าได้บ้าง”
เมื่อถานไถเสินซีได้ฟัง หัวใจก็สะท้านขึ้นมา
นางเข้าใจว่าถ้อยคำของท่านอาจารย์ดูเรียบง่าย ทว่ากลับแฝงหลักธรรมลึกซึ้ง
ผู้บำเพ็ญย่อมให้ความสำคัญกับวาสนาและเหตุปัจจัย การที่นางได้พบกับท่านอาจารย์ บางทีอาจเป็นการจัดวางไว้โดยชะตาฟ้าลิขิต
ส่วนที่ท่านอาจารย์กล่าวว่ามรรคาของนางยังไม่สมบูรณ์ คงหมายถึงเคล็ดวิชานิพพานเก้าผันของนาง
