เย่เฉินมองแผ่นหลังของนายน้อยวังดาราสวรรค์ที่จากไป พลางหัวเราะเย็นชาในใจ
เขาเก็บแก่นแท้เทพดาราอย่างระมัดระวัง ก่อนกลับไปนั่งที่เดิม
เขารู้ว่าการกระทำเมื่อครู่ดึงดูดความสนใจจากทุกคนแล้ว จำต้องระแวดระวัง ป้องกันไม่ให้ใครล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริง
ภายในห้องรับรองของงานประมูล ยอดอัจฉริยะจากขุมอำนาจต่าง ๆ ล้วนเห็นเหตุการณ์นี้เข้า แต่ละคนมีปฏิกิริยาแตกต่างกันไป
ภายในห้องรับรองหมายเลขสาม ม่านแพรบางพลิ้วปิดบังอยู่ครึ่งหนึ่ง แสงนวลลอดผ่านผืนผ้าโปร่ง ทาบลงบนใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติของซูชิงชิว
นางสวมกระโปรงยาวสีขาวดุจเทพธิดาจุติสู่โลกมนุษย์ ทุกอิริยาบถแผ่กลิ่นอายเย็นเยียบ
ยามนี้นางกำลังจับตามองเหตุการณ์เบื้องล่างอย่างตั้งใจ ครั้นเย่เฉินลงมือข่มขวัญนายน้อยวังดาราสวรรค์ ดวงตาคู่งามก็เบิกกว้างขึ้นทันใด แววประหลาดใจและใคร่รู้ที่ยากจะปกปิดวูบผ่านดวงตา
“ผู้บำเพ็ญอิสระคนนี้ไม่ธรรมดา สามารถข่มขวัญนายน้อยวังดาราสวรรค์ได้อย่างง่ายดาย พลังฝีมือย่อมไม่สามัญ ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเขามีที่มาอย่างไร”
ซูชิงชิวพึมพำเสียงแผ่ว เสียงใสไพเราะดุจขมิ้นเหลืองขับขานจากหุบเขา
นางโน้มตัวไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว ราวกับอยากเพ่งมองเย่เฉินให้ใกล้ขึ้น พยายามค้นหาเบาะแสเกี่ยวกับตัวตนและที่มาของเขา
ทว่าสำรวจอยู่นานก็ยังไม่ได้ผล ทำให้นางกลัดกลุ้มไม่น้อย
“ดูท่างานครั้งนี้จะซ่อนยอดฝีมือไว้มากมายจริง ๆ”
ซูชิงชิวถอนหายใจเบา ๆ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า
กู้จิ่วเกอที่นั่งอยู่ข้างกายซูชิงชิวได้ยินดังนั้น ก็เผยรอยยิ้มเย็นชาดูแคลนออกมา
เขาสวมอาภรณ์ยาวหรูหรา รูปร่างสง่างามราวหยกงามตั้งตระหง่าน
ใบหน้าเปี่ยมด้วยความโอหังและมั่นใจเช่นเคย ประหนึ่งสรรพสิ่งในใต้หล้าไม่อยู่ในสายตา
