“ช่างเถอะ ข้าประมูลไปก่อนแล้วกัน!”
นายน้อยแห่งวังดาราสวรรค์กัดฟัน ก่อนยกป้ายประมูลขึ้นอีกครั้งแล้วตะโกนเสียงดัง “ข้าให้ 190 ล้านศิลาวิญญาณชั้นยอด!”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว แววตาฉายประกายบ้าคลั่ง บัดนี้เขาไม่สนสิ่งใดอีกแล้ว ต้องการให้เย่เฉินรู้ว่าเขาไม่ใช่คนที่จะหาเรื่องได้ง่าย ๆ
เย่เฉินมองนายน้อยแห่งวังดาราสวรรค์ พลางแค่นยิ้มเย็นชาในใจ
เขารู้ว่าทายาทแห่งวังดาราสวรรค์ใกล้หมดหนทางแล้ว จึงเสนอราคาอีกครั้ง “ข้าให้ 200 ล้านศิลาวิญญาณชั้นยอด!”
น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดังนัก ทว่ากลับกังวานก้องดุจระฆังยักษ์ สะท้อนไปทั่วห้องโถงประมูล
ทั้งห้องพลันตกอยู่ในความตื่นตะลึงอีกครั้ง สายตาของทุกคนหันไปจับจ้องเย่เฉิน แววตาเต็มไปด้วยความฉงนและประหลาดใจ
ไม่มีใครคาดคิดว่า ผู้บำเพ็ญอิสระที่ดูยากจนข้นแค้นเช่นนี้จะมั่งคั่งถึงเพียงนั้น เพียงยกมือก็เสนอราคาสูงถึง 200 ล้านศิลาวิญญาณ
“นี่...เจ้าหนุ่มนี่มีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่? เหตุใดจึงมีศิลาวิญญาณมากมายเพียงนี้?” ผู้บำเพ็ญคนหนึ่งเอ่ยด้วยความตกใจ แววตาเปี่ยมด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“นั่นสิ หรือว่าเขาจะเป็นศิษย์จากตระกูลเร้นลับแห่งใด? มิฉะนั้นจะมีทรัพย์สินมหาศาลเช่นนี้ได้อย่างไร” ผู้บำเพ็ญอีกคนคาดเดา สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“ดูท่าการประมูลครานี้จะซ่อนยอดฝีมือไว้มากมายจริง ๆ!”
“ไม่ว่าเขาจะมีที่มาอย่างไร การประมูลวันนี้คงมีเรื่องสนุกให้ชมแล้ว” ชายชราลูบเครา เผยรอยยิ้มคาดหวังบาง ๆ
เมื่อได้ยินราคาเสนอของเย่เฉิน นายน้อยแห่งวังดาราสวรรค์แทบกระอักเลือด ร่างของเขาโงนเงนจนเกือบยืนไม่อยู่
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความโกรธ เขารู้ว่าตนพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงแล้ว แก่นแท้เทพดาราไร้วาสนาจะได้ครอบครอง
“เจ้า...เจ้าสารเลว! ตกลงเจ้าเป็นใคร? เหตุใดจึงจงใจเป็นปรปักษ์กับข้า?”
