ครอบครัวของหลี่ซินติ่งเสียเปรียบเฉินต้าซานมาหลายครั้ง พวกเขาจึงหวาดหวั่นต่อวิธีการเด็ดขาดของเขามานานแล้ว!
แม้ทุกคนจะไม่อยากเชื่อและเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ แต่ก็รีบแทรกตัวเข้าไปในฝูงชนอย่างแนบเนียน ก่อนจะเผ่นหนีไปโดยไม่หันกลับมามอง
ป้าหวังเองก็ถอยหลังไปหลายก้าวโดยไม่รู้ตัว แล้วหลบอยู่หลังฝูงชน พยายามทำตัวให้กลมกลืนที่สุด
มีเพียงโจวอวี้เจินที่ยังยืนปักหลักอยู่ในห้องโถง ไม่ขยับไปไหน!
บนใบหน้าของเธอมีรอยเลือดหลายขีดจากฝีมือหลี่ชุนเหม่ย ผมเผ้ายุ่งเหยิง กระดุมเสื้อก็ถูกกระชากหลุดไปหลายเม็ด
เธอหอบหายใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตะโกนอย่างไม่เกรงกลัวอีกครั้งว่า “เฉินต้าซาน กลับมาพอดีเลย!”
“เรื่องที่หมู่บ้านขายห้องเก็บของให้แก เบื้องบนไม่เห็นด้วย พวกแกรีบย้ายออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!”
สิ้นเสียง ก็มีเสียงทรงอำนาจดังมาจากด้านหลังฝูงชน “เบื้องบนที่เธอพูดถึงนี่หมายถึงใครกันแน่?”
โจวอวี้เจินไม่แม้แต่จะหันกลับไป น้ำเสียงเต็มไปด้วยอำนาจขณะตะโกนว่า “เรื่องของพวกผู้นำอย่างเรา ยังต้องมาอธิบายให้คนอย่างพวกคุณฟังอีกหรือ...”
เธอพูดได้เพียงครึ่งเดียว เสียงก็พลันขาดหายไป ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบคอเอาไว้
เพราะผู้นำวัยกลางคนผู้มีสีหน้าเคร่งขรึมเดินตรงมาหยุดอยู่ต่อหน้าเธอแล้ว “สหายโจวอวี้เจิน ในฐานะนักบัญชีคณะกรรมการหมู่บ้านหลี่ เธอรับใช้ประชาชนแบบนี้หรือ?”
“ผะ...ผู้อำนวยการตู้...” ใบหน้าของโจวอวี้เจินซีดเผือดในพริบตา เธอฝืนยิ้มแล้วพูดว่า “ผู้อำนวยการตู้ มาตรวจงานทั้งที ทำไมไม่แจ้งล่วงหน้าสักคำล่ะคะ!”
“เรื่องห้องเก็บของของหมู่บ้านเรา ท่านอาจยังไม่ทราบรายละเอียด ฉัน...”
น้ำเสียงของผู้อำนวยการตู้เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ “เมื่อสองวันก่อน ตอนสหายหลี่ซู่เกินไปรายงานเรื่องนี้ ฉันเป็นคนเซ็นอนุมัติด้วยตัวเอง เธอกลับบอกว่าฉันไม่รู้เรื่องอย่างนั้นหรือ?”
