โจวอวี้เจินมีสีหน้าลำบากใจ
เธอส่ายหน้าไม่หยุด ก่อนพูดกับจ้าวฮุ่ยหลานต่อว่า “เรื่องที่พัก ทางหมู่บ้านพอจะช่วยหาทางให้ได้!”
“จัดคนหนุ่มที่แข็งแรงสักสองสามคนไปช่วยสร้างกระท่อมมุงหญ้าหลังนั้นขึ้นมาใหม่ก็ได้!”
“อีกอย่าง ขอแค่มีเงินอยู่ในมือ พอถึงต้นฤดูใบไม้ผลิจะสร้างบ้านสักหลังก็ไม่ใช่เรื่องยาก!”
“ปัญหาตอนนี้คือ ทางเบื้องบนกำหนดว่าต้องให้เฉินต้าซานออกหน้าด้วยตัวเอง ถึงจะดำเนินเรื่องขอเงินคืนได้ แล้วถึงจะเอาเงิน 800 หยวนนั่นกลับมา…”
จ้าวฮุ่ยหลานยังคงมีสีหน้าเหม่อลอย แววตาว่างเปล่าราวกับสิ้นหวัง ไม่ตอบสนองต่อคำพูดของโจวอวี้เจินเลยแม้แต่น้อย
ป้าหลินกับคนอื่น ๆ เข้าใจคำพูดเหล่านั้นแล้วต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนอุทานขึ้นพร้อมกัน “ตอนนั้นมีคนตั้งมากมายเห็นกับตา เงินกับของก็ส่งมอบกันเรียบร้อยแล้ว จะกลับคำได้ยังไง?”
“โจวอวี้เจิน ถ้าพูดอย่างเธอ งั้นถ้า…ถ้าต้าซานเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจริง ๆ เสี่ยวจ้าวก็จะเสียทั้งบ้าน ทั้งเงินเลยหรือ?”
“แบบนี้ได้ยังไง? ต่อให้เป็นผู้นำข้างบน ก็จะรังแกคนกันแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ?”
“โจวอวี้เจิน พูดมาตามตรง เธอเป็นคนเล่นตุกติก แล้วซ้ำเติมคนอื่นใช่ไหม?”
“ทุกคนก็รู้กันทั้งนั้นว่าเธอหมายตาห้องเก็บของมาตลอด…”
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะพูดจบ โจวอวี้เจินก็หน้าขรึม ตวาดเสียงเข้มว่า “พวกแกหมายความว่ายังไง? เรื่องของส่วนรวมตั้งแต่เมื่อไรถึงให้พวกแกมาชี้นิ้วสั่งสอนกันตรงนี้?”
“เรื่องขายห้องเก็บของ เดิมทีหลี่ซู่เกิน เลขาหมู่บ้าน เป็นคนตัดสินใจชั่วคราว ไม่ได้ขอความเห็นชอบจากเบื้องบนด้วยซ้ำ!”
