ลูกหมาสีขาวถูกกดให้นั่งอยู่หลายวินาที มันส่งเสียงงอแงไม่พอใจไม่หยุด
เฉินต้าซานปล่อยมือ ลูบหัวเล็ก ๆ ของมัน แล้วป้อนข้าวให้กินสองสามเม็ด ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งกะทันหันว่า “นั่ง!”
เจ้าหมาน้อยที่เพิ่งยืนขึ้นสะบัดหางราวกับกังหันลม แล้วนั่งลงทันที
เฉินต้าซานตาเป็นประกาย ใบหน้าเปื้อนยิ้ม “หมาดี!”
พูดจบก็รีบยกชามข้าวขึ้นมา ท่ามกลางสายตาเสียดายของคนหลายคนบนโต๊ะ เขาคีบข้าวไปวางตรงหน้าลูกหมาหนึ่งคำ
หมาตัวนี้ฉลาดแสนรู้จริง ๆ!
ถ้าเลี้ยงดี ๆ ต่อไปนอกจากเฝ้าบ้านได้แล้ว ยังเป็นผู้ช่วยชั้นดีเวลาเข้าป่าล่าสัตว์อีกด้วย
“พอแล้ว ๆ รีบกินข้าวเถอะ กับข้าวเย็นหมดแล้ว!”
เฉินกุ้ยฮวายังคงรักและเป็นห่วงน้องชายเหมือนเดิม เธอคีบน่องไก่จากชามตัวเองให้เฉินต้าซาน
เมื่อเห็นเฉินต้าซานช่วยเพื่อนตัวน้อยของตนไว้ได้ ชุ่ยชุ่ยก็ถือชามวิ่งเข้ามา ตั้งใจจะยกน่องไก่ในชามให้คุณน้ากิน...
กับข้าวบนโต๊ะมื้อนี้จัดเต็มเหลือเกิน!
ทั้งครอบครัวกินกันจนปากมันเยิ้ม แทบหยุดไม่ได้
พ่อเฒ่าเฉาหยิบเหล้าหมักเก่าที่ซ่อนไว้ใต้เตียงออกมา พอเปิดไห กลิ่นหอมเข้มข้นของเหล้าก็อบอวลไปทั่วทันที
ชายวัยกลางคนทั้งสามชนจอกดื่มกัน ไม่นานใบหน้าก็แดงเรื่อ
พ่อเฒ่าเฉาใช้ตะเกียบแตะเหล้าเล็กน้อยแล้วป้อนเข้าปากชุ่ยชุ่ย เด็กหญิงตัวน้อยแสบจนใบหน้าย่นเป็นก้อน ทำเอาทุกคนหัวเราะกันครืน
“ต้าซานเอ๊ย!” ผู้เฒ่าคีบไก่ตุ๋นเปื่อยนุ่มชิ้นหนึ่งใส่ชามเฉินต้าซาน “เพิ่งมีครอบครัว แถมแยกออกมาอยู่เอง ตอนนี้มีเรื่องต้องใช้เงินเต็มไปหมด!”
“ของที่แกเอามา บ้านเราก็ได้กินของดีไปแล้ว!”
