พอรู้ว่าหลี่ลี่ตงกับหลี่เว่ยผิงเจอปัญหาเร็วขนาดนี้ ทุกคนในบ้านก็พากันออกไปดูหน้าบ้านอย่างตื่นเต้น
แม้จะอยู่ห่างออกไปมาก พวกเขาก็ยังได้ยินเสียงร้องไห้โวยวายกับเสียงด่าทอจากทางบ้านของสองคนนั้น
ทุกคนรู้สึกสะใจขึ้นมาทันที!
“สมน้ำหน้า!”
“ฝีมือแค่นั้นยังกล้าทำการค้าอีกหรือ?”
“พี่ต้าซานบอกว่าพวกนั้นไปไม่รอดเกินสี่วัน ตอนแรกฉันยังแอบสงสัยอยู่เลย แต่ดูตอนนี้สิ แค่จะประคองตัวให้รอดถึงพรุ่งนี้ยังนับว่าโชคดีแล้ว!”
“ดีนะที่พวกเราไม่เห็นแก่เงินจนหน้ามืดตามัว ไม่ได้ไปคลุกวงในกับคนพวกนั้น ไม่อย่างนั้นตอนนี้คงซวยไปด้วย!”
ทุกคนพูดพลางหันกลับไปมองเฉินต้าซานในบ้านพร้อมกัน แววตาเต็มไปด้วยความนับถือ
แม่นจริง ๆ!
ทั้งที่กิจการของหลี่ลี่ตงกับหลี่เว่ยผิงยังไม่ทันเริ่มเป็นเรื่องเป็นราว เขาก็คาดเดาผลลัพธ์ได้แล้ว!
พูดไปแล้ว นิสัยคนในหมู่บ้านเป็นยังไง พวกเราทุกคนก็รู้กันดีไม่ใช่หรือ?
แล้วทำไมถึงไม่มีใครคาดการณ์ล่วงหน้าได้เหมือนเขา ว่าเรื่องจะลงเอยแบบนี้?
“อย่ามัวแต่หัวเราะเยาะคนอื่นเลย เป็นเพื่อนบ้านกันทั้งนั้น อย่าให้คนอื่นเอาไปนินทาได้”
เฉินต้าซานตะโกนจากในบ้านว่า “รีบเข้ามาชั่งหัวบุกเถอะ พรุ่งนี้หมู่บ้านจะแบ่งที่ดินกันแล้ว กลับไปพักผ่อนกันแต่เนิ่น ๆ”
ทุกคนถึงได้ยอมกลับเข้าไปในบ้านอย่างเสียดายที่ยังดูไม่จุใจ!
เฉินต้าซานกับจ้าวฮุ่ยหลานยังคงแบ่งหน้าที่กันเหมือนเดิม คนหนึ่งดูตาชั่ง อีกคนจดบัญชีกับจ่ายเงิน ทั้งคู่ประสานงานกันได้อย่างเข้าขา
ตอนแรกเจ้าถังเหล็ก หมาน้อยสีขาว ยังเห่าใส่ทุกคนไม่หยุด แต่พอจ้าวฮุ่ยหลานตบหัวมันเบา ๆ มันก็เงียบลงทันที
ตอนนี้มันกลับคึกคักราวกับเจอคนแล้วตื่นเต้น วิ่งเล่นซุกซนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ก่อนจะหันไปเล่นหัวบุกที่กลิ้งไปกลิ้งมาเหมือนเป็นของเล่น
