เมื่อเห็นหลี่โหย่วฝูถูกโจวอวี้เจินบีบคั้นจนตกที่นั่งลำบากเพราะเรื่องของตน สีหน้าของเฉินต้าซานก็พลันเคร่งขรึมลง
“ในเมื่อผู้ช่วยบัญชีโจวเป็นคนยุติธรรมไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนขนาดนั้น งั้นเราไปตรวจที่ดินสองหมู่หลังบ้านคุณตอนนี้เลยดีไหม?”
“คนในหมู่บ้านเห็นกันหมดว่าที่ดินส่วนตัวของบ้านคุณใหญ่กว่าปีที่แล้วตั้งหนึ่งหมู่!”
เขาจงใจลากเสียงยาวแล้วพูดต่อว่า “เออจริงสิ ได้ยินมาว่าน้องชายทางบ้านเดิมของคุณเพิ่งหอบปุ๋ยเคมีห้ากระสอบจากสหกรณ์ไปเมื่อเดือนก่อนด้วยนี่? หน้าหนาวขนาดนี้ก็ไม่ได้เพาะปลูก อีกไม่นานก็จะเลิกระบบคอมมูนใหญ่แล้ว...”
สีหน้าของโจวอวี้เจินซีดเผือดในพริบตา “คุณ... คุณพูดเหลวไหล ฉันไม่ได้ทำ!”
เฉินต้าซานไม่สะทกสะท้าน ยังคงพูดเนิบ ๆ ต่อไปว่า “ถ้าเบื้องบนรู้ว่าผู้ช่วยบัญชีของหมู่บ้านเราใช้อำนาจหาประโยชน์ส่วนตัว แถมยังเป็นหัวโจกยึดของหลวง...”
“ผู้ช่วยบัญชีโจว คุณคิดว่าเรื่องนี้ควรจัดการยังไง?” เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาคมกริบจนชวนให้หนาวสะท้าน
เมื่อเห็นโจวอวี้เจินกับเฉินต้าซานโต้กันไปมา ต่างฝ่ายต่างขุดคุ้ยเรื่องเสียหาย ยิ่งพูดยิ่งสาวไส้ได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้บริหารหมู่บ้านอีกหลายคนก็เริ่มใจคอไม่ดี กลัวว่าถ้าขุดขึ้นมาจะพาเรื่องอื่นโผล่ตามมาด้วย
ใคร ๆ ก็รู้กันอยู่!
เจอการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แบบนี้ จะมีสักกี่คนที่อดใจไม่ฉวยผลประโยชน์ได้?
พวกเขารีบกรูกันเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย พูดกันเซ็งแซ่ว่า “เอาละ ๆ ผู้ช่วยบัญชีโจว เรื่องห้องเก็บของไว้ประชุมกันคืนนี้แล้วค่อยคุยอีกที!”
“ใช่ ๆ ใช่ คุณเสนอราคาให้เฉินต้าซานตั้งสามพันหยวนแบบนั้นมันไม่สมเหตุสมผลจริง ๆ คิดไม่รอบคอบเลย!”
