เฉินต้าซานไม่สนใจหลี่ซินติ่งกับพวกที่อยู่หน้าประตู!
เขาก้มมองบะหมี่ในหม้อ เห็นว่าลอยขึ้นมาแล้ว แสดงว่าสุกทั่วถึงดี
เขาคล่องแคล่วมาก หยิบชามกระเบื้องเนื้อหยาบใบใหญ่มาตักบะหมี่ขึ้นมาชามหนึ่ง จากนั้นยกหม้อใบเล็กขึ้นมา ตักซอสเห็ดหอมหมูสับพูนช้อนใหญ่โปะลงบนบะหมี่อย่างไม่ยั้งมือ
ซอสเห็ดหอมหมูสับใส่น้ำมันและเกลือหนักมือ สีสันชวนกิน กลิ่นหอมเข้มข้นจนยากจะบรรยายเป็นคำพูด
“เมียจ๋า กินบะหมี่!”
เฉินต้าซานยิ้มพลางยกไปให้จ้าวฮุ่ยหลาน
จ้าวฮุ่ยหลานรับชามบะหมี่มาอย่างงุนงง มองหมูสับมันเยิ้มที่โปะอยู่ด้านบน ความรู้สึกไม่เป็นจริงอย่างรุนแรงพลันผุดขึ้นในใจ
แค่ได้กินบะหมี่แป้งขาวก็นับว่าฟุ่มเฟือยมากแล้ว!
เฉินต้าซานกลับใส่เนื้อลงไปด้วย!
จ้าวฮุ่ยหลานเพิ่งได้สติหลังชามบะหมี่ลวกมือ “ฉัน... นี่... เยอะเกินไปแล้ว ฉันกินคนเดียวไม่หมดหรอก!”
“รีบไปเอาชามมาเถอะ เราสองคนแบ่งกันคนละครึ่ง ของดีแบบนี้จะให้ฉันกินคนเดียวได้ยังไง!”
บะหมี่ชามนี้ล้ำค่ามากจริง ๆ!
จ้าวฮุ่ยหลานนึกไปเองว่าเฉินต้าซานต้มไว้แค่ชามเดียว ตั้งใจให้เธอที่กำลังป่วยกินโดยเฉพาะ
แต่พอพูดจบ เธอก็เห็นเฉินต้าซานยกบะหมี่ชามใหญ่เข้ามาอีกชาม แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ตรงหน้าเธอ “ในหม้อยังมีอีก กินหมดแล้วเดี๋ยวฉันไปตักให้อีก กินให้เต็มที่เลย!”
ตอนพูด รอยยิ้มที่มุมปากของเขาปิดอย่างไรก็ปิดไม่มิด
หลายครั้งแล้ว!
ภาพนี้เคยปรากฏในความฝันของเขานับครั้งไม่ถ้วน!
ชาติที่แล้ว แม้เขาจะมีชีวิตสุขสบายไม่ขาดแคลนอาหารหรือเสื้อผ้า จนใคร ๆ ต่างอิจฉา แต่ลึก ๆ แล้วเขาไม่เคยมีความสุขอย่างแท้จริง
ความรู้สึกผิดที่มีต่อจ้าวฮุ่ยหลานราวกับหนามแหลมทิ่มแทงฝังลึกอยู่ในใจ
ทุกครั้งที่สะดุ้งตื่นกลางดึก เขามักกระสับกระส่าย พลิกตัวไปมาจนไม่ได้นอนทั้งคืน!
โชคดีที่เขาได้เกิดใหม่!
ได้กลับมายังกระท่อมมุงหญ้าหลังนี้อีกครั้ง ทุกอย่างยังทันเวลา!
