เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เฉินต้าซานจะยังไม่รู้ได้อย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
พอเห็นจ้าวฮุ่ยหลานคว้าชายเสื้อเขาไว้ด้วยความตื่นตระหนก เขาก็จับมือน้อยของเธอไว้ตามสัญชาตญาณ ก่อนเงยหน้าสบตาตำรวจด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“คุณตำรวจครับ ถ้ามีคนมาหาเรื่องถึงบ้าน แถมลงไม้ลงมือทำร้ายคน พวกคุณจะจัดการยังไงครับ จะจับพวกเขาไปใช่ไหม?” เขาถามเสียงดัง พร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปาก
ตำรวจหนุ่มชะงักเล็กน้อย ก่อนพยักหน้าหนักแน่น “ใช่ครับ ถ้าเรื่องร้ายแรงก็จะจับไปกักตัว หากเข้าข่ายความผิดทางอาญา ก็จะส่งต่อให้หน่วยงานยุติธรรมดำเนินการ!”
“ถ้าอย่างนั้นผมขอแจ้งความเดี๋ยวนี้เลยครับ!” เฉินต้าซานพยักหน้า แล้วชี้ไปทางเถียนชุ่ยผิง “เมื่อคืนเธอกับพี่ชายทั้งสามคนมาหาเรื่องผมถึงบ้าน แถมยังลงมือทำร้ายคนและข่มขู่จะทำร้ายร่างกายผมด้วย!”
“ถ้าผมไม่สู้กลับ ป่านนี้พวกเขาคงตีขาผมกับภรรยาหักไปแล้ว...”
ตำรวจขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยิน
นี่มันก็เรื่องเดิมไม่ใช่หรือไง?
เปลี่ยนคำพูดแล้วจะมีคนมายืนยันให้หรือไง?
เถียนชุ่ยผิงที่นอนอยู่บนพื้นตั้งใจจะร้องเรียกความสงสารอย่างเดียวอยู่แล้ว!
แต่พอได้ยินคำพูดของเฉินต้าซาน เธอก็อดไม่ได้ หลุดหัวเราะพรืดออกมา!
ในหัวของเฉินต้าซานคงมีแต่ขี้อยู่กระมัง?
ป่านนี้แล้วยังดูไม่ออกอีกหรือว่าทั้งหมู่บ้านไม่มีใครกล้าเป็นพยานให้เขาเลย?
เธอไม่ทันสังเกตว่า ทันทีที่ตำรวจหนุ่มตอบรับ ชาวบ้านหลายคนที่ถูกเรียกออกมาและก้มหน้าต่ำอยู่เมื่อครู่ก็เงยหน้าขึ้นมาเสียแล้ว
เฉินต้าซานเงยหน้ามองชาวบ้านรอบตัวแล้วตะโกนว่า “ทุกคนได้ยินแล้วใช่ไหมครับ?”
“ขอแค่พวกคุณออกมาเป็นพยาน เถียนชุ่ยผิงกับพี่ชายทั้งสามคนก็หนีไม่พ้นสักคน!”
“ไม่ต้องกลัวนะครับ เรื่องแบบเมื่อคืนนี้ ถ้าพวกเขาทำอีก ตำรวจก็จับอีก...”
